• สภาเมืองพัทยา ร่วมถกฝ่ายบริหารเมืองเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่เมืองพัทยาอย่างยั่งยืน เตรียมผุดอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินผันน้ำลงทะเลตามที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ศึกษาและออกแบบไว้ก่อนแล้วต่อไป

    สภาเมืองพัทยา ร่วมถกฝ่ายบริหารเมืองเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่เมืองพัทยาอย่างยั่งยืน เตรียมผุดอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินผันน้ำลงทะเลตามที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ศึกษาและออกแบบไว้ก่อนแล้วต่อไป

    ฉบับที่ 889/60 ประจำวันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2560

    สภาเมืองพัทยา ร่วมถกฝ่ายบริหารเมืองเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่เมืองพัทยาอย่างยั่งยืน เตรียมผุดอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินผันน้ำลงทะเลตามที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ศึกษาและออกแบบไว้ก่อนแล้วต่อไป
    พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ห้องตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา ได้มีการประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยที่สี่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 ทั้งนี้ เริ่มเปิดการประชุมเวลา 09.30 น. โดยมีนายอนันต์  อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุม ซึ่งที่ประชุมประกอบด้วย พล.ร.อ.ศรีวิสุทธิ์ รตารุณ รองประธานสภาเมืองพัทยา คนที่ 1 พล.ต.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รองประธานสภาเมืองพัทยา คนที่ 2 และสมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนันต์  เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา นายสุขวัฒน์ สุขสวัสดิ์ และนายอภิชาติ วีรปาล รองนายกเมืองพัทยา รวมทั้งเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีนายชนัฐพงศ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา ทำหน้าที่เลขานุการสภาเมืองพัทยา ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้มีการรายงานการรับโอนพนักงานเมืองพัทยาที่โอนย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ ที่เมืองพัทยา นำโดยนายอธิพัชร์ ยิ่งศิริธัญรัฐ รองปลัดเมืองพัทยา โดยนายอนันต์  อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ได้เน้นย้ำให้พนักงานเมืองพัทยาที่โอนย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ ที่เมืองพัทยาทุกท่านตั้งมั่นอยู่ในกฎระเบียบ วินัยขององค์กร และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดหลัก “คนทำดี..เรายินดีส่งเสริม” เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีทั้งต่อตัวบุคลากรเองและต่อองค์กร
    สำหรับกระทู้สำคัญในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ การติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงรูปแบบรายละเอียดโครงการเงินอุดหนุนปีงบประมาณ พ.ศ.2561 โดย พล.ต.ภพอนันฒ์  เหลืองภานุวัฒน์ รองประธานสภาเมืองพัทยา คนที่ 2 เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเด็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำ  โดยเฉพาะถนนจอมเทียนสาย 2 และถนนสายชายหาดเมืองพัทยา เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เกิดปัญหาน้ท่วมขังในช่วงการจัดกิจกรรมเดินขบวนพาเหรดทางบก เนื่องในงานหกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ นายสมภพ วันดี รักษาการผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา ได้ชี้แจงว่าโครงการถนนจอมเทียนสาย 2  เป็นโครงการที่เมืองพัทยาได้รับเงินสนับสนุนจากส่วนกลาง 41 ล้านบาทเศษ เนื่องจากเป็นถนนสายหลักที่เป็นโครงข่ายสำคัญในการสัญจร ทุกครั้งที่ฝนตกจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ทำให้รถที่สัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะบริเวณตลาดร่มโพธิ์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง คาดว่าจะได้ผู้รับจ้างในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้เมืองพัทยาต้องรับปริมาณน้ำจากฝั่งตะวันออกซึ่งอยู่ในที่สูงไหลผ่านเข้ามาเป็นจำนวนมาก ในช่วงที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก อีกทั้งปัจจุบันทางฝั่งเทศบาลเมืองหนองปรือยังมีการขยายระบบท่อระบายขนาดใหญ่เพื่อนำมาต่อเชื่อมกับระบบของเมืองพัทยา จึงทำให้มวลน้ำไหลเข้าสู่ระบบระบายของเมืองพัทยาอย่างรวดเร็วมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับส่วนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
    ขณะที่ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา ได้ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นในกิจกรรมการเดินพาเหรดทางบกเนื่องในมหกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติฯ ว่า ต้องขอน้อมรับว่าเป็นความบกพร่องของเมืองพัทยาเอง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่ได้คาดการณ์มาก่อนว่าจะเกิดเหตุพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงการจัดงาน รวมทั้งก่อนที่จะมีพิธีฯ ก็ได้มีคำสั่งให้ทำการเคลื่อนย้ายรถและเครื่องสูบออกจากพื้นที่ติดตั้งเดิม เพื่อให้สภาพพื้นที่การจัดงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เกิดความสวยงามตามแนวชายหาด จึงอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การระบายน้ำเกิดความล่าช้าจนเกิดภาพลักษณ์ที่เสียหาย ซึ่งขณะนี้ได้เสนอปัญหาต่อกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำการศึกษาและออกแบบอุโมงค์ผันน้ำผ่านใต้ดินพัทยากลางลงไปสู่ทะเล เพื่อขอให้เสนอรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยพิจารณาและขอรับความเห็นชอบจาก ครม.เพื่อเตรียมวางแผนการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
    ด้านนายอภิชาติ วีรปาล รองนายกเมืองพัทยา ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่พัทยาว่า เป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน ซึ่งพบว่าเกิดจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของการพัฒนาเมืองพัทยาและพื้นที่ข้างเคียง ทำให้ระบบระบายน้ำต่างๆ ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วพอ  ประกอบกับมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือน รวมถึงการบุกรุกที่สาธารณะ ลำคลองสาธารณะต่างๆ ส่งผลให้เกิดสิ่งกีดขวางทางน้ำไหล ซึ่งแต่เดิมพื้นที่เมืองพัทยาไม่เคยเกิดน้ำท่วม เพราะโดยโครงสร้างพัทยาแต่ดั้งเดิมเป็นทราย พอฝนตกก็จะซึมลงทรายและลงทะเลไปส่วนหนึ่ง แต่ในปัจจุบัน นอกจากถนนสุขุมวิทแล้ว การสร้างทางรถไฟ สร้างถนนสายรองฯ พร้อมทั้งอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่มีการรุกล้ำแนวคลองสาธารณะ จึงล้วนเป็นสิ่งกีดขวางการระบายน้ำ ขณะที่น้ำท่วมขังกว่า 60% ของเมืองพัทยาไหลมาจากนอกเมือง และพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งคณะผู้บริหารเมืองพัทยาชุดปัจจุบันมิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ได้มีการประชุมเพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่พัทยาที่สั่งสมมานานนี้อย่างต่อเนื่อง โดยวางแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ 2 ระยะ คือ ระยะสั้น โดยการขุดลอกคูคลอง พร้อมทั้งเก็บขยะ และทำความสะอาดท่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก รวมถึงประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนให้หมั่นดูแลการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ไม่ให้ไปอุดตันตามท่อระบายน้ำต่างๆ อีกทั้งทำการตั้งปั๊มสูบน้ำมาช่วยเสริมกำลังในการระบายน้ำในจุดที่มีการท่วมขังอย่างรุนแรง ซึ่งปีที่ผ่านมาจากที่น้ำเคยท่วมขังระยะเวลาเป็นชั่วโมง ปัจจุบันถือว่าสามารถบรรเทาน้ำท่วมขังลงได้มาก เหลือเพียงเฉลี่ยครั้งละไม่เกินครึ่งชั่วโมง ส่วนแนวทางแก้ไขระยะยาวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาและดำเนินการโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำถนนเลียบทางรถไฟฝั่งตะวันออก ระยะที่ 1 เมืองพัทยา งบประมาณ 665 ล้านบาท (งบประมาณปี พ.ศ.2560) โดยเป็นการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณถนนสุขุมวิทและตัวเมืองพัทยา ซึ่งมีแหล่งต้นน้ำสะสมที่บริเวณพื้นที่ตอนกลางฝั่งตะวันออกของเมืองพัทยา (ใกล้กับเขาน้อยและเขาตาโล) รูปแบบการก่อสร้างที่เมืองพัทยานำเสนอ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ EEC นี้อ้างอิงผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือที่ได้ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว รายละเอียดการก่อสร้างเป็นการสร้างอาคารรับน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่หลายชุด ทำการสูบน้ำผ่านระบบท่อระบายน้ำความยาวรวมประมาณ 4,700 เมตร ระบายน้ำลงสู่ทะเลผ่านคลองเสือแผ้วและคลองนาเกลือ ทางด้านเหนือของตัวเมืองพัทยา และอีก 145 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณปี 2561 จะใช้ในการสูบลงไปทางด้านใต้ เพื่อไปลงยังคลองพัทยาใต้
    พล.ต.ต.พินิต โฆษกเมืองพัทยา จึงได้กล่าวเสริมอีกว่าเนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่มีมูลค่าก่อสร้างสูง และที่ความสำคัญกับแนวทางการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เมืองพัทยา พล.ต.ต.อนันต์  เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา จึงได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ช่วยพิจารณาถึงความเหมาะสมของโครงการเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังให้มากที่สุด รวมถึงศึกษาประสิทธิภาพในการระบายน้ำ การบำรุงรักษา และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรมโยธาธิการฯ แจ้งว่า โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วสามารถระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่รับน้ำได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น (ประมาณ 1.30 ตารางกิโลเมตร) ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณใกล้เคียงกันที่ยังไม่ครอบคลุมอีกประมาณ 3.97 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นเหตุให้ยังมีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังในเขตเมืองพัทยาได้อีก และถ้าจะก่อสร้างให้ครอบคลุมพื้นที่เพื่อรองรับปริมาณน้ำทั้งหมดนี้ ประมาณการการค่าก่อสร้างทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านบาท ทั้งนี้ กรมโยธาธิการฯ ได้เสนอแนวทางเลือกเพื่อจัดการระบายน้ำในพื้นที่ทั้งหมดนี้อีกแนวทางหนึ่ง โดยการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำผ่านพื้นที่เมืองพัทยา ลงสู่ทะเลบริเวณใต้ถนนพัทยากลางโดยใช้ระบบแรงโน้มถ่วง โดยไม่ต้องใช้พลังงาน (ไฟฟ้า) จะใช้วงเงินงบประมาณเพียง 1,600 ล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่เพิ่มเติมบางส่วนของถนนสุขุมวิทด้วย (รวมพื้นที่ประมาณ 5.30 ตารางกิโลเมตร) และเมื่อเปรียบเทียบแนวทางการระบายน้ำทั้ง 2 วิธี โดยให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด พบว่า ระบบการระบายน้ำโดยการสูบน้ำข้ามร่องระบายน้ำเดิมและระบายลงสู่คลองเสือแผ้ว และคลองนาเกลือก่อนไหลลงสู่ทะเล นอกจากประมาณการก่อสร้างสูงกว่าแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วย ในขณะที่ระบบระบายน้ำโดยใช้ระบบแรงโน้มถ่วงให้ไหลลงสู่ทะเลผ่านระบบอุโมงค์ใต้ดิน จะมีราคาประมาณการที่ต่ำกว่า การดูแลรักษาระบบสามารถทำได้ง่ายกว่า ดังนั้น แนวทางการระบายน้ำโดยใช้ระบบอุโมงค์ผ่านใต้เมืองพัทยา จึงเป็นการคืนสภาพการระบายน้ำสู่ธรรมชาติตามเดิมที่เคยเป็นมาก่อน นายกเมืองพัทยาจึงได้นำเสนอแนวทางที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำการศึกษาและออกแบบอุโมงค์ผันน้ำผ่านใต้ดินพัทยากลางลงไปสู่ทะเล ด้วยงบประมาณ 1,600 ล้านบาท พร้อมทั้งแบบแปลนและรายละเอียดการก่อสร้างได้ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเพื่อขอให้เสนอรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยพิจารณาและขอรับความเห็นชอบจาก ครม. ซึ่งมั่นใจว่าในช่วงก่อนฤดูฝนหน้าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังอย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน
    สำหรับอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือ แผนการบำรุงเฝ้าระวัง และการบูรณาการระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ CCTV เมืองพัทยา ซึ่งสภาเมืองพัทยาได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพความพร้อมในการใช้งานของระบบ พบว่าเมืองพัทยาได้ดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมาเป็นเวลานาน รวมจำนวนกล้องกว่า 2,000 จุด แต่กลับพบว่ากล้องที่ใช้งานได้มีเพียงไม่ถึง 50 % จึงอยากให้มีการจัดแผนการดำเนินงาน และบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งนี้ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา กล่าวว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อบูรณาการในการหาแนวทางแก้ไขและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ โดยมีแผนการปรับเปลี่ยนกล้องที่ชำรุดหรือมีอายุเกิน 5 ปีออกไป และรวบรวมการดูแลทั้งหมดให้มาอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของสำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณโดยตรง เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำข้อเป็นสรุปและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนมาชี้แจงต่อสภาอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป
    ทั้งนี้ นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ได้เน้นย้ำให้ฝ่ายบริหารเร่งดำเนินการโครงการต่างๆ ตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งสิ่งไหนที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ สภาเมืองพัทยายินดีอนุมัติสนับสนุนอย่างเต็มที่ และขอให้ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าด้วยการเลือกสรรวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพทุกโครงการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และเนื่องจากการประชุมครั้งนี้ยังมีหลายเรื่องที่ยังชี้แจงต่อที่ประชุมไม่ชัดเจนเพียงพอ สภาเมืองพัทยาจึงมีมติให้ขยายสมัยประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยที่สี่ ประจำปี 2560 ออกไปอีก 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-30 ธันวาคม 2560


    ภาพ : นายสมประสงค์  โภชน์พันธุ์
    ข่าว : นางสาวขวัญใจ  ซื่อตรง
    ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
    ส่วนอำนวยการ สำนักส่งเสริมการท่องเที่ยว
    print


    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150