• “หาดทรายไร้บุหรี่…อากาศดีด้วยโอโซน”……ชาวเมืองพัทยาร่วมรณรงค์ นำร่องโครงการ”ชายหาดปลอดบุหรี่” บรรยากาศดีสดใส…..!!!

    “หาดทรายไร้บุหรี่…อากาศดีด้วยโอโซน”……ชาวเมืองพัทยาร่วมรณรงค์ นำร่องโครงการ”ชายหาดปลอดบุหรี่” บรรยากาศดีสดใส…..!!!

    “หาดทรายไร้บุหรี่…อากาศดีด้วยโอโซน”……ชาวเมืองพัทยาร่วมรณรงค์ นำร่องโครงการ”ชายหาดปลอดบุหรี่” บรรยากาศดีสดใส…..!!!

    พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา แจ้งว่า….วันนี้ (4 ธ.ค. 60) พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการชายหาดปลอดบุหรี่และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ณ ชายหาดเขตปลอดจอมเทียน พัทยา โดยมีนายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา นายเดชา โชคโสภณกูล ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา นายวุฒิพล เจริญผล รองปลัดเมืองพัทยา พ.ต.ท.ศรัณยพงศ์ ใหมทองกุลธร สวป.สภ.เมืองพัทยา นายวุฒิพงษ์ วงศ์อินทร์  ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่2(ชลบุรี)นายสัญชัย ชนะสงคราม ตำแหน่งนักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ พร้อมด้วยนายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง รักษาการแทนหัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา ร.ต.อ.หญิง กัญรภา มุกดาสนิท ผู้อำนวยการส่วนควบคุมโรค นายวศินภัทร์ ฉิมทิน หัวหน้าฝ่ายสุขาภิบาลอนามัยและสิ่งแวดล้อม นางวิลัยวรรณ ผู้เลื่องลือ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบำบัดสารเสพติด และผู้แทนจากหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมฯ โดยในช่วงเช้าก่อนที่จะเริ่มพิธีเปิดนั้น ได้มีกิจกรรมโยคะเพื่อสุขภาพ โดยมีนายเศรษฐพล บุญสวัสดิ์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มผู้ประกอบการเขตปลอดหาดจอมเทียน พร้อมทั้งสมาชิกชมรมนวดแผนไทยเขตปลอด ผู้ประกอบการร่มเตียงชายหาด เข้าร่วมกิจกรรมโยคะเพื่อสุขภาพพร้อมรับฟังการชี้แจง เรื่องรณรงค์ประชาสัมพันธ์ชี้แจ้งสร้างความรู้ ความเข้าใจ มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ชายหาดปลอดบุหรี่) ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
    และในเวลาต่อมา นายกเมืองพัทยาพร้อมด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อผู้ประกอบการร่มเตียงบริเวณใกล้เคียง พร้อมประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อรับทราบ และร่วมกันรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม โดยพร้อมใจกัน ยกให้ชายหาดพัทยา จอมเทียน เป็นเขตปลอดบุหรี่ อย่างถาวร

    พล.ต.ต.พินิตฯ ยังได้เสริมอีกว่า บุหรี่วันนี้กลายเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจ กลายเป็นที่รังเกียจของคนหมู่มากไปแล้ว.  นอกจากทำลายสุขภาพแล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบเงียบ ๆ จากการที่สิงห์อมควันบางคนมักง่ายทิ้งก้นบุหรี่ ลงสู่สิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง คือเป็นขยะที่อุดตันทางระบายน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง หรืออาจถูกน้ำพัดพาลงคูคลองจนลงสู่ทะเล สะสมอยู่ใต้พื้นทรายตามชายหาด ก่อให้เกิดผลต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศโดยเมื่อสัมผัสกับน้ำจะปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ เช่น แคดเมี่ยม ตะกั่ว สารหนู และอนุพันธุ์ของยาฆ่าแมลง เป็นพิษต่อห่วงโซ่อาหาร
    จากงานวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2558 บ่งชี้ว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลอันดับ 6 จาก 192 ประเทศ เป็นภาพสะท้อนว่าประเทศไทยมีขยะในทะเลเป็นปริมาณมากจากการสุ่มตรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่ 6หาด ในระดับความลึก 5 เซนติเมตร จนถึง 20 เซนติเมตร โดยเฉลี่ย พบก้นบุหรี่1.06 -1.77 แสนชิ้น ต่อพื้นที่1ตร.ม. อาทิ พื้นที่
    หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต
    หาดบางแสน จ.ชลบุรี
    หาดพัทยา จ.ชลบุรี
    หาดแม่พิมพ์ ต.ระยอง
    หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา
    หาดทรายรี จ.ชุมพร เป็นต้น
    และเมื่อวันที่31ตุลาคม 2560 เมืองพัทยาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในด้านการป้องกันภัยคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และภัยสุขภาพจากบุหรี่ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “โครงการชายหาดปลอดบุหรี่”ตามคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1064/2560  เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณหาด ประกอบด้วย 24 ชายหาด 15 จังหวัด
    สำหรับเนื้อหาในคำสั่งนั้นได้ระบุว่า ห้ามมิให้บุคคล หรือนิติบุคคลใด สูบบุหรี่ หรือทิ้งก้นบุหรี่ บริเวณชายหาด เว้นแต่เป็นการสูบ หรือทิ้งก้นบุหรี่ในบริเวณ หรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ และห้ามเท ทิ้ง ระบายของเสีย ขยะมูลฝอย หรือวัสดุที่มีลักษณะเป็นพลาสติก โฟม ของเสีย กระดาษ เศษอาหาร หรือผ้า น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล สารแขวนลอย คราบน้ำมัน สารปนเปื้อน มูลสัตว์ ซากสัตว์ มลพิษ หรือสิ่งต่าง ๆ เว้นแต่ ได้ดำเนินการเท ทิ้ง หรือระบายในบริเวณพื้นที่ หรือในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา  90 วันโดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 สำหรับบทกำหนดโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ออก ตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 โดยมีสาระสำคัญ เช่น ห้ามสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ (ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 5,000 บาท) ห้ามขายบุหรี่แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี (ฝ่าฝืนโทษจำคุกไปเกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท) ห้ามแบ่งขายบุหรี่ (ปรับไม่เกิน 40,000 บาท)
    ดังนั้น เมืองพัทยา จึงขอความร่วมมือจากทุกส่วนในการสอดส่องดูแลประชาสัมพันธ์ แก่นักท่องเที่ยวให้สูบบุหรี่และทิ้งก้นบุหรี่ในเขตที่จัดไว้ให้ไม่สูบหรือทิ้งบุหรี่บริเวณชายหาด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมต่อไปแล้ว ทั้งนี้บุคคลใดที่สูบบุหรี่สนใจจะเข้าร่วมในโครงการอดบุหรี่สามารถติดต่อรับบริการได้ที่    ฝ่ายป้องกันและบำบัดสารเสพติด ส่วนควบคุมโรค อาคารสาธารณสุข ซ.6 (ยศศักดิ์) ทุกวันจันทร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. โทร.038 429 738 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้บริการอย่างใกล้ชิด

    print


    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150