บ้าน หมายความว่า โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีเจ้าบ้านครอบครอง
และให้หมายความรวมถึงแพหรือเรือ ซึ่งจอดเป็นประจำและใช้เป็นที่อยู่ประจำ หรือสถานที่หรือยานพาหนะอื่นซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำได้ด้วย
ทะเบียนบ้าน หมายความว่า ทะเบียนประจำบ้านแต่ละบ้าน ซึ่งแสดงเลขประจำบ้านและ รายการของคนทั้งหมดผู้อยู่ในบ้าน แยกเป็นหลายลักษณะ คือ
- ทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ใช้สำหรับลงรายการของคนที่มีสัญชาติไทยและคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญ
ประจำตัวคนต่างด้าว
- ทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ใช้ลงรายการของคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแต่อยู่ใน
ลักษณะชั่วคราว หรือเข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
- ทะเบียนบ้านกลาง มิใช่ทะเบียนบ้าน แต่เป็นทะเบียน ซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้จัดทำขึ้นสำหรับลงรายการบุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทะเบียนบ้าน
- ทะเบียนบ้านชั่วคราว เป็นทะเบียนประจำบ้านที่ออกให้กับบ้านที่ปลูกสร้างในที่สาธารณะ หรือโดยบุกรุกป่าสงวน หรือโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร หรือตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้ทะเบียนบ้านชั่วคราวเป็นเอกสารราชการใช้ได้เหมือนทะเบียนบ้าน และผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านชั่วคราวคงมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
- ทะเบียนบ้านชั่วคราวของสำนักทะเบียน เป็นทะเบียนบ้านที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลาง กำหนดให้ทุกสำนักทะเบียนจัดทำขึ้น เพื่อใช้ลงรายการของบุคคลซึ่งขอแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) เพื่อเดินทางไปต่างประเทศให้ทุกบ้านมีเลขประจำบ้าน บ้านใดยังไม่มีเลขประจำบ้าน ๆ ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียน ผู้รับแจ้งเพื่อขอเลขประจำบ้านภายในสิบห้าวันนับแต่วันสร้างบ้านเสร็จ
การแจ้งเกิด
เด็กทุกคนที่เกิดในราชอาณาจักรไทยไม่ว่าจะเป็นบุตรของคนสัญชาติไทย หรือเป็นบุตรของคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นบุตรของผู้หลบหนีเข้าเมือง ผู้มีหน้าที่แจ้งการเกิด คือ บิดา มารดา ผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเจ้าบ้านที่เด็กเกิด ต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ณ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่อื่นที่บิดา มารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ของเด็กที่เกิดนั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก็ได้ และนายทะเบียนต้องรับแจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้ผู้แจ้งโดยมีข้อเท็จจริงเท่าที่จะสามารถทราบได้
การแจ้งการเกิดนั้น ผู้มีหน้าที่แจ้งการเกิดจะมอบหมายเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นเป็นผู้แจ้งแทนก็ได้
เมื่อมีคนเกิดต้องแจ้งชื่อคนเกิดให้ถูกต้องตามหลักการตั้งชื่อบุคคล พร้อมกับการแจ้งการเกิด
1.กรณีเด็กเกิดในบ้าน (อาคารที่มีบ้านเลขที่ รวมถึงสถานพยาบาล)
** ผู้แจ้ง ได้แก่ บิดา มารดา หรือเจ้าบ้านที่เด็กเกิด หรือผู้ที่ได้รับ
สำนักทะเบียนแจ้งการเกิด
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่เด็กเกิด หรือสำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่บิดามารดา มารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฏหมายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- 1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง (ฉบับจริง) และบัตรประจำตัวของ บิดา มารดา (ถ้ามี)
- 2. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน หรือ สำเนาทะเบียนประวัติของบิดา มารดา (ถ้ามี)
- 3. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กที่เกิด
- 4. หนังสือรับรองการเกิด ที่ออกโดยโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่เด็กเกิด (กรณีเด็กในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล)
- 5. ใบรับแจ้งการเกิด (กรณีแจ้งเกิดกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน)
- 6. หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
2.กรณีเด็กเกิดนอกบ้าน
ผู้แจ้ง ได้แก่ บิดา หรือมารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบิดาหรือมารดา ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นแจ้งได้ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่เกิด
สำนักทะเบียนแจ้งการเกิด
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่เด็กเกิด หรือสำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่บิดามารดา หรือผู้ปกครองของเด็กที่เกิดมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง และบัตรประจำตัวของบิดา มารดา (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน หรือ สำเนาทะเบียนประวัติของบิดา มารดา (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กที่เกิด
- ใบรับแจ้งการเกิด (กรณีแจ้งเกิดกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน)
- หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
** กรณีแจ้งเกิดที่ต้องขออนุมัตินายอำเภอ
- แจ้งเกิดเกินกำหนด
- เด็กในสภาพแรกเกิด หรือเด็กอ่อนถูกทอดทิ้ง
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
2.1 กรณีแจ้งเกิด ณ สำนักทะเบียนแห่งท้องที่อื่น
ผู้แจ้ง ได้แก่ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือผู้ได้รับมอบหมายแสดงหลักฐานต่อนายทะเบียนได้แก่
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- 1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง และบัตรประจำตัวของบิดา มารดา (ถ้ามี)
- 2. สำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็กที่เกิด
- 3. ผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ เช่น ผลการตรวจ ดีเอ็นเอ ที่ตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งแสดงความสัมพันธ์การเป็นบิดา มารดา ของเด็กที่เกิด
- 4. พยานบุคคลอย่างน้อย 2 คน
- 5. หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
- สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับ
หมายเหตุ
- แจ้งเกิดเกินกำหนดจะต้องนำพยานบุคคลมาด้วยพร้อมชำระค่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท (เกิน 15 วัน แล้วไม่ทำการแจ้ง)
- ในกรณีจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ตามกำหนด ให้แจ้งภายหลังได้แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันเกิด
แจ้งเกิดเด็กในสภาพแรกเกิดหรือเด็กไร้เดียงสาถูกทอดทิ้ง
เด็กที่จะแจ้งเกิดต้องมีอายุต่ำกว่า 7 ปี บริบูรณ์
** ผู้แจ้ง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่รับตัวเด็กไว้
ระยะเวลาการแจ้ง ควรแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับตัวเด็กไว้ (กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้)
สำนักทะเบียนแจ้งการเกิด
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่หน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้รับตัวเด็กนั้นไว้ ตั้งอยู่
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
1.บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
2. สำเนาทะเบียนบ้านของสถานสงเคราะห์หรืสถานที่ที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นซึ่งรับตัวเด็กที่ขอแจ้งการเกิดไว้
3.บันทึกการรับตัวเด็กซึ่งจัดทำโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้รับตัวเด็กจากผู้พบเห็น
4.หลักฐานการรับตัวที่รับตัวเด็กของหน่วยงานที่รับตัวเด็กไว้
5.รูปถ่ายของเด็กขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
6. หลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กทั้งพยานเอกสารและวัตถุพยาน (ถ้ามี)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- 1. เตรียมเอกสารให้พร้อม
- 2. โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
- 3. สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียม
การแจ้งเกิดเกินกำหนดของผู้มีสัญชาติไทย
ผู้แจ้ง
1.บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง กรณีบุคคลที่จะแจ้งการเกิดไม่บรรลุนิติภาวะ
2.ผู้ที่ยังไม่ได้แจ้งการเกิด แจ้งด้วยตนเอง กรณีบรรลุนิติภาวะแล้ว
ระยะเวลาการแจ้ง ตั้งแต่วันพ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่เกิด
สำนักทะเบียนแจ้งการเกิด
1.สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นทีเกิด
2.สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นอื่นที่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฏหมายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้ (กรณีที่ไม่ได้แจ้งเกิดให้กับตัวเอง)
- บัตรประจำตัวหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14) ที่มีชื่อบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก ถ้ามี
- รูปถ่ายของเด็ก ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
- หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองการเกิด ตามแบบ ท.ร. 1/1 (กรณีเด็กเกิดในสถานพยาบาล)
- ผลการตรวจ ดี เอ็น เอ (กรณีแจ้งเกิดต่างสำนักทะเบียนและไม่มีหนังสือรับรองการเกิด)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
- สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับ
หมายเหตุ
** ในกรณีบิดาหรือมารดาไม่อาจมาให้ถ้อยคำในการสอบสวนได้ ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด นายทะเบียนจะบันทึกถึงสาเหตุดังกล่าวไว้
** ในกรณีถ้าเด็กที่ขอแจ้งเกิดมีอายุตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไปให้รวบรวมหลักฐาน และเสนอไปยังนายอำเภอภายใน 60 วัน เพื่อพิสูจน์สถานการณ์เกิดและสัญชาติ
** ในกรณีแจ้งเกิดต่างท้องที่ เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท
การแจ้งตาย
เมื่อมีคนตายในบ้าน ตายนอกบ้าน หรือตายในสถานพยาบาล ตายตามธรรมชาติ หรือตายผิดธรรมชาติ ผู้มีหน้าที่แจ้งการตายคือเจ้าบ้าน บุคคลที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้พบศพ หรือผู้ซึ่งได้รับอบหมายจากบุคคลดังกล่าว จะต้องแจ้งการตายต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องที่ที่มีคนตายหรือที่พบศพ หรือท้องที่ที่ศพอยู่ หรือท้องที่ที่มีการจัดการศพโดยการเผา ฝัง หรือทำลายก็ได้
ประเภทการตาย
(1) คนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตาย ภายใน
ยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย หรือพบศพ
(2) คนตายนอกบ้าน ให้คนที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ ที่มีการตาย
หรือพบศพ หรือแห่งท้องที่ ที่จะพึงแจ้งได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ กรณี
เช่นนี้ จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจก็ได้ กำหนดเวลาให้แจ้งตาม (1) และ (2) ถ้าท้องที่ใด
การคมนาคมไม่สะดวก ผู้อำนวยการทะเบียน กลางอาจขยาย เวลาออกไปตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่
เกินเจ็ดวันนับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ
บุคคลที่จะแจ้งการตายได้ตามกฎหมายว่าด้วย
คนสัญชาติไทยและคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย (มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว) หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้อาศัยในประเทศไทย (มีหนังสือเดินทางหรือวีซ่า)
ผู้มีหน้าที่แจ้งการตาย
- เจ้าบ้านที่มีคนตาย กรณีตายในบ้าน (รวมถึงสถานพยาบาล) หากไม่มีเจ้าบ้านเป็นให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
- บุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพ กรณีตายบ้าน
- เจ้าบ้านของบ้านที่มีการตาย บุคคลที่ไปกับผู้ตายขณะตาย ผู้พบศพ
ระยะเวลาการแจ้งตาย
- คนตายในบ้านต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เสียชีวิตหรือพบศพ
- คนตายนอกบ้านต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 7 วัน
สถานที่รับแจ้งตาย
คนตายในบ้านและนอกบ้านหรือไม่ทราบท้องที่ที่ตาย ถ้าไม่ทราบท้องที่ที่ตาย หรือมีเหตุจำเป็นไม่อาจแจ้งในท้องที่ที่ตายได้ ให้ทำการแจ้ง ณ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตายมีชื่อและรายการบุคคล (ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้ตาย (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านที่คนตายมีชื่ออยู่
- หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ท.ร. 4/1) หรือใบแจ้งความการตายจากสถานีตำรวจ
- ใบรับแจ้งการตายตามแบบ ท.ร. 4 ตอนหน้า (กรณีแจ้งต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน)
- รายงานผลชันสูตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยนิติเวช (กรณีตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
หมายเหตุ
- หากไม่ทำการแจ้ง ประเภทการตายคนตายในบ้าน หรือ คนตายนอกบ้าน ต้องระวางโทษปรับ
ไม่เกิน 1,000 บาท
- เจ้าบ้านต้องแจ้งการตายภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย บริการแจ้งตายทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
กรณีคนต่างท้องที่ตายตายในบ้านหรือตายนอกบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้ตาย (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อคนตาย (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ท.ร. 4/1 – กรณีคนตายในสถานพยาบาล) หรือใบแจ้งความการตายจากสถานีตำรวจ
- ใบรับแจ้งการตายตามแบบ ท.ร. 4 ตอนหน้า (กรณีแจ้งต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน)
- 6. รายงานการชันสูตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานนิติเวช (กรณีตายผิดธรรมชาติ
หรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
กรณีได้รับแจ้งการตายโดยไม่ทราบว่าคนตายเป็นใคร
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
- เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคนตาย (ถ้ามี)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
- สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียม
กรณีได้รับแจ้งโดยมีเหตุเชื่อได้ว่ามีการตายแต่ไม่พบศพ
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
- สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อคนตาย (ถ้ามี)
- หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับคนตาย (ถ้ามี)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
- สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียม
การแจ้งย้ายที่อยู่
การแจ้งย้ายเข้า
ผู้มีหน้าที่แจ้ง
เจ้าบ้านหรือผู้ที่ไดรับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
ระยะเวลาการแจ้ง
นับแต่ 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นอยู่ในบ้าน
สำนักทะเบียนที่แจ้ง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่บ้านหลังที่ย้ายเข้าอยู่
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง (เจ้าบ้านหลังที่ย้ายเข้า)
2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายและหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน
(กรณีมอบหมายให้แจ้งแทน)
3. บัตรประจำตัวของผู้ย้ายที่อยู่ (ถ้ามี)
4. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ทีได้มาจากการแจ้งย้ายออก ซึ่งเจ้าบ้านได้ลงชื่อยินยอมให้ย้ายเข้า
- การแจ้งย้ายปลายทางอัตโนมัติ เจ้าตัวต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง
- กรณีย้ายภายในเขต ผู้แจ้งต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ทั้งสองแผ่นมาแสดงด้วย
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
หมายเหตุ
- แจ้งย้ายเข้า/ย้ายออกภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้ายเข้ามาอยู่หรือย้ายออก
- กรณีแจ้งย้ายปลายทางปกติและอัตโนมัติ เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท
การแจ้งย้ายออก
เมื่อผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านย้ายออกจากบ้านที่ตนมีชื่ออยู่ ไม่ว่าประกอบอาชีพหรือย้ายภูมิลำเนาไปที่อื่น ให้เจ้าบ้านแจ้งการย้ายออกต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ย้ายออกจากบ้านและแจ้งย้ายเข้าภายใน 15 วัน เพื่อความสะดวกสามารถยื่นแจ้งคำร้องขอย้ายเข้าและย้ายออกต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะย้ายเข้าได้
ผู้มีหน้าที่แจ้ง
เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
1. บัตรประจำตัวประชาชนแจ้ง (เจ้าบ้าน)
2. บัตรประจำตัวของผู้มอบหมายและหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีมอบหมายให้แจ้งแทน)
3. บัตรประจำตัวของผู้ย้ายที่อยู่ (ถ้ามี)
4. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่จะแจ้งย้ายออก
5. ใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ตามแบบ ท.ร. 6 ตอนหน้า (กรณีแจ้งย้ายกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
การแจ้งย้ายที่อยู่ (ย้ายปลายทางอัตโนมัติ)
ผู้ย้ายที่อยู่สามารถติดต่อขอแจ้งย้ายต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นอาศัยอยู่ใหม่ได้ โดยไม่ต้องกลับไปภูมิลำเนาเดิมที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ถ้าเป็นการย้ายที่อยู่ระหว่างสำนักทะเบียน ON – LINE 1,082 แห่ง
ระยะเวลาการแจ้ง
ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้ย้ายเข้าอยู่ในบ้าน
สำนักทะเบียนที่แจ้ง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่บ้านหลังที่จะย้ายเข้าตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ (สำนักทะเบียนปลายทาง)
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
1. บัตรประจำตัวผู้ย้ายที่อยู่
2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับมอบหมายและหนังสือมอบหมายจากผู้มีหน้าที่แจ้ง
(กรณีมอบหมายให้แจ้งแทน)
3. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า พร้อมหนังสือแสดงความยินยอมของเจ้าบ้านที่อนุญาต
ให้ย้ายเข้าอยู่ในบ้าน
4. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่ย้ายเข้าไปอยู่ใหม่
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
หมายเหตุ
- เมื่อได้รับการจำหน่ายรายการของผู้ย้ายที่อยู่ทางระบบคอมพิวเตอร์ ต้องแจ้งเจ้าบ้านฉบับเพื่อให้สำนักทะเบียนฉบับเจ้าบ้านมา ดำเนินการจำหน่ายรายการผู้ย้ายในสำนักทะเบียน โดยต้องพิมพ์หนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการจัดส่งหนังสือดังกล่าวไปยังเจ้าบ้านโดยไม่ชักช้า เพื่อตรวจสอบผู้แจ้งย้ายได้ย้ายจริง เมื่อเจ้าบ้านนำสมุดทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านมาจำหน่ายรายการคนที่ย้ายออก นายทะเบียนจะต้องประทับคำว่า “ย้าย” สีน้ำเงินไว้หน้ารายการบุคคลที่ย้าย
- กรณีของคนที่ไม่มีสัญชาติไทย ไม่อนุญาตให้ใช้วิธีการแจ้งย้ายปลายทาง ยกเว้นคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ถาวร (มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว) และคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย
การแจ้งย้ายที่อยู่ของคนไปต่างประเทศ
ผู้มีหน้าที่แจ้ง
เจ้าบ้านของบ้านที่มีคนไปอยู่ต่างประเทศหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
ระยะเวลาการแจ้ง
ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้ย้ายเข้าอยู่ในบ้าน
สำนักทะเบียนที่แจ้ง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่คนไปต่างประเทศมีชื่อในทะเบียนบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับมอบหมายและหนังสือมอบหมายจากผู้มีหน้าที่แจ้ง
(กรณีมอบหมายให้แจ้งแทน)
3. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนไปต่างประเทศมีชื่ออยู่
4. หลักฐานการเดินทางไปต่างประเทศ (ถ้ามี)
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
1. เตรียมเอกสารให้พร้อม
2. โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
3. สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียม
การแจ้งย้ายที่อยู่ของบุคคลเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย
ผู้มีหน้าที่แจ้ง
บุคคลที่กลับจากต่างประเทศซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านชั่วคราวของสำนักทะเบียน หรือที่ได้รับมอบหมาย
ระยะเวลาการแจ้ง
ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้ย้ายเข้าอยู่ในบ้าน
สำนักทะเบียนที่แจ้ง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่คนเดินทางกลับมาจากต่างประเทศที่มีชื่อในทะเบียนบ้านชั่วคราวของสำนักทะเบียน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
1. บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้ย้ายที่อยู่
2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับมอบหมายและหนังสือมอบหมายจากผู้มีหน้าที่แจ้ง
(กรณีมอบหมายให้แจ้งแทน)
3. หลักฐานการเดินทางกลับจากต่างประเทศของผู้ย้ายที่อยู่ (กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นแจ้งแทน
4. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า พร้อมหลักฐานแสดงความยินยอมของเจ้าบ้านที่อนุญาต
ให้ย้ายเข้อยู่ในบ้าน
5. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่ผู้แจ้งประสงค์จะย้ายเข้า
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
1.เตรียมเอกสารให้พร้อม
2.โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
3.สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียม
การกำหนดบ้านเลขที่
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
- ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (ถ้ามี – ออกโดยสำนักกองช่าง)
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
- สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ตั้งของบ้าน
- แผนผังพอสังเขป
- เลขบ้านข้างเคียง
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
หมายเหตุ
- ขอบ้านเลขที่ภายใน 15 วัน นับแต่วันปลูกสร้างบ้านเสร็จ
การขอหนังสือรับรองการเกิด
** ใช้ขอในกรณีเป็นสูติบัตรรุ่นเก่า จะขอหนังสือรับรองเพื่อยื่นไปต่างประเทศ (Visa)
กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฏรกำหนดในเรื่องของหนังสือรับรองการเกิดไว้เป็น 2 ส่วนได้แก่
ส่วนที่ 1 เป็นหนังสือรับรองการเกิดที่ออกตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฏร พ.ศ. 2534 ซึ่งกำหนดให้ผู้ทำคลอดมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการเกิดให้แก่ผู้มีหน้าที่แจ้งการเกิดไว้เป็นหลักฐานหนังสือรับรองการเกิด กรณีนี้เรียกว่า ท.ร. 1/1
ส่วนที่ 2 เป็นหนังสือรับรองการเกิดที่ออกตามมาตรา 20/1 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนราษฏร พ.ศ. 2534 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดให้นายทะเบียนท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณาออกหลักฐานดังกล่าวให้ยื่นคำขอที่มีความจำเป็นต้องใช้หลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย หนังสือรับรองการเกิดนี้เรียกว่า ท.ร. 20/1
คุณสมบัติของผู้ที่จะขอหนังสือรับรองการเกิด
- เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้แจ้งการเกิด หรือ
- เคยแจ้งการเกิดแล้วแต่ไม่มีสูติบัตร หรือสูติบัตรสูญหายและสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้องไม่สามารถคัดสำเนาสูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิดให้ได้
ผู้ยื่นคำขอ
1. ผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้
2. ถ้าผู้ขอหนังสือรับรองการเกิดอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็กเป็น
ผู้ยื่นคำขอแทน
สำนักทะเบียนที่ยื่นเรื่อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งที่ผู้นั้นเกิดหรือที่ผู้นั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในปัจจุบัน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
1. บัตรประจำตัวผู้แจ้ง (ถ้ามี) และบัตรประจำตัวของบิดา มารดา (ถ้ามี)
2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14 หรือ ท.ร.13) หรือสำเนาทะเบียน ประวัติ (ท.ร. 38 ท.ร 38/1 ท.ร 38 ก
หรือ ท.ร.38 ข) อย่างใดอย่างหนึ่งที่มีชื่อและรายการบุคคลขอผู้ขอหนังสือรับรองการเกิด
3. หลักฐานเอกสารที่แสดงว่าเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย (ถ้ามี) เช่น หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) หลักฐานการขึ้นทะเบียนทหาร (ส.ด.9) หลักฐานทางการศึกษา ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว เป็นต้น
4. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
5. หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว เป็นต้น
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- 1. เตรียมเอกสารให้พร้อม
- 2. โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
- สำรองเงินสดสำหรับจ่ายกรณีมีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียม
เรื่องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎร
เอกสารการทะเบียนราษฎรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นใบรับแจ้งการเกิด การตาย การย้ายที่อยู่ สูติบัตร ทะเบียนคนเกิด มรณะบัตร ทะเบียนคนตาย ทะเบียนบ้าน ทะเบียนประวัติ หรือเอกสารเกี่ยวกับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ถ้ามีการบันทึกหรือลงรายการใดๆ ไว้ไม่ถูกต้องไม่ตรงตามความเป็นจริง โดยความผิดพลาดนั้นไม่ได้เกิดจากการกระทำทุจริต แจ้งข้อความอันเป็นเท็จโดยเจตนาปกปิดหรือปิดบังข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง นายทะเบียนสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารดังกล่าวให้ถูกต้องได้
เอกสารการทะเบียนราษฎรที่สามารถขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการได้คือ
1. ทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนบ้าน ทะเบียนบ้านกลาง ทะเบียนประวัติ
2. สูติบัตร และทะเบียนคนเกิด
3. มรณะบัตร และทะเบียนคนตาย
4. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่
5. เอกสารอื่นๆ เช่น รายการบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
สถานที่ยื่นคำร้อง
1. กรณีขอแก้ไขรายการในสูติบัตร มรณะบัตร ทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนบ้าน ทะเบียนบ้านกลาง และทะเบียนประวัติ
- ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ ที่ผู้ร้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และทะเบียนประวัติ
2. กรณีขอแก้ไขรายการในทะเบียนคนเกิด ทะเบียนคนตาย และใบแจ้งการย้ายที่อยู่
- ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ ที่จัดทำทะเบียนคนเกิด ทะเบียนคนตาย หรือใบแจ้งการย้ายที่อยู่
ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่
- กรณีขอแก้ไขรายการในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ ผู้ยื่นคำร้องได้แก่เจ้าบ้าน หรือเจ้าของรายการที่ขอแก้ไข หรือบิดามารดา (กรณีเจ้าของรายการที่ขอแก้ไขยังไม่บรรลุนิติภาวะ) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าว
- กรณีขอแก้ไขรายการในสูติบัตร หรือทะเบียนคนเกิด ผู้ยื่นคำร้องได้แก่เจ้าของรายการที่ขอแก้ไข หรือบิดามารดา (กรณีเจ้าของรายการยังไม่บรรลุนิติภาวะ) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าว
- กรณีขอแก้ไขรายการในมรณะบัตรหรือทะเบียนคนตาย ผู้ยื่นคำร้องได้แก่บิดามารดา ญาติพี่น้อง หรือผู้ที่มีนิติสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต
หลักฐานที่ใช้อ้างในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารการทะเบียนราษฎร
ได้แก่ เอกสารที่ทางราชการออกให้ไม่ว่าเอกสารนั้นจะจัดทำขึ้นก่อนหรือหลังการจัดทำเอกสารทะเบียนราษฎรนั้นๆ แต่ควรเป็นเอกสารที่มีความเกี่ยวข้องกันสามารถอ้างอิงถึงกันได้ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านฉบับปี 2499 ฉบับปี 2515 หรือ 2526 ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว หลักฐานการรับราชการทหาร เป็นต้น
ผู้มีอำนาจอนุมัติ
** กรณีแก้ไขรายการ ซึ่งมิใช่รายการสัญชาติ ได้แก่
1.1 นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น
** กรณีมีหลักฐานเอกสารราชการมาแสดง
1.2 นายอำเภอ
- กรณีที่ไม่มีหลักฐานเอกสารราชการมาแสดงต้องสอบสวนพยานบุคคล
2. กรณีแก้ไขรายการสัญชาติ ได้แก่
2.1 นายอำเภอ
** กรณีแก้ไขรายการของเจ้าของประวัติจากสัญชาติอื่น หรือไม่มีสัญชาติเป็นสัญชาติไทย
2.2 นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น
** กรณีแก้ไขรายการของบิดามารดาของเจ้าของประวัติจากสัญชาติอื่น หรือไม่มีสัญชาติเป็นสัญชาติไทย เนื่องจากคัดลอกรายการผิดพลาด หรือบิดามารดา ได้สัญชาติไทยหรือได้แปลงสัญชาติเป็นไทย
** กรณีแก้ไขรายการสัญชาติจากสัญชาติไทย หรือจากไม่มีสัญชาติหรือจากสัญชาติอื่น เป็นสัญชาติอื่น เนื่องจากการคัดลอกรายการผิดพลาดหรือลงรายการผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือการเสียสัญชาติไทย
เมื่อนายอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารทะเบียนราษฏรจะต้องดาเนินการตามขั้นตอนแผนผังด้านล่าง
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
** กรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารดารทะเบียนราษฏรให้ใช้วิธีขีดฆ่าคำหรือข้อความเดิมแล้วเขียนคำหรือข้อความที่ถูกต้องแทนด้วยหมึกสีแดง และให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อ และวัน เดือน ปี กำกับไว้ โดยห้ามไม่ให้ใช้วิธีลบ ขูด หรือทำด้วยประการใดให้ข้อความลบเลือนไป
** กรณีแก้ไขรายการในสูติบัตรและมรณะบัตร หากสูติบัตรหรือมรณะบัตรที่ขอแกไข ออกให้โดยสำนักทะเบียนอื่น ให้ทำหนังสือแจ้งสำนักทะเบียนนั้น เพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนคนเกิด หรือทะเบียนคนตายให้ถูกต้องตรงกันด้วย
** กรณีแก้ไขรายการในใบแจ้งย้ายที่อยู่ ถ้าเป็นราชการวันเดือนปี เกิด หรือสัญชาติ ห้ามแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารดังกล่าว แต่ให้ใช้วิธียกเลิกเอกสารเดิมแล้วออกเอกสารใหม่
** กรณีนายทะเบียนพบว่ามีบุคคลในทะเบียนบ้านที่มีอายุครบ 15 ปี บริบูรณ์ ให้แก้ไขรายการคำนำหน้าชื่อบุคคลนั้นใน ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านหรือจากเด็กชายหรือเด็กหญิง เป็นนาย หรือนางสาว แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นคำร้อง
การเพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน
การเพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้านสามารถใช้ได้ทั้งกรณีของคนสัญชาติไทยและคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยหรือนอกราชอาณาจักร มีหลายกรณี ได้แก่
คนสัญชาติไทยขอเพิ่มชื่อ
** กรณีตกสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎรเมื่อปี พ.ศ.2499 โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2499
** กรณีขอเพิ่มชื่อโดยใช้สูติบัตร ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือทะเบียนบ้านแบบเดิม
** กรณีคนสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศหรือเกิดในต่างประเทศ
** กรณีคนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานการเกิด
** กรณีคนสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยใช้หนังสือเดินทาง
** กรณีคนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านโดยมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจเดินทางกลับประเทศไทย
** กรณีบุคคลอ้างว่าเป็นคนที่มีสัญชาติไทยขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านโดยไม่มีหลักฐานเอกสารมาแสดง
** กรณีเพิ่มชื่อเด็กอนาถาซึ่งอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดูของบุคคลหรือหน่วยงานเอกชนที่อยู่นอก
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
** กรณีบุคคลที่ได้มาลงรายการ “ตายหรือจำหน่าย” ในทะเบียนบ้านไว้แล้ว
** กรณีคนที่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติขอเพิ่มชื่อ
คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยขอเพิ่มชื่อ
** กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและเคยมีชื่อในทะเบียนบ้าน
กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยได้รับการผ่อนผันให้พักอยู่อาศัยในราชอาณาจักร
** กรณีคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย
การเพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน
ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ
คนสัญชาติไทยขอเพิ่มชื่อ
1. กรณีตกสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎรเมื่อปี พ.ศ.2499 โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2499
สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่
ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ
หลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง
1) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
2) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
3) หลักฐานทะเบียนที่มีรายการบุคคลของผู้ขอเพิ่มชื่อ (ถ้ามี) เช่น บัญชีสำมะโนครัว ทะเบียนสมรส
เป็นต้น
4) เอกสารที่ราชการออกให้ (ถ้ามี) เช่น หลักฐานการศึกษา หลักฐานทางทหาร
5) พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
2. กรณีขอเพิ่มชื่อโดยใช้สูติบัตรใบแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือทะเบียนบ้านแบบเดิมที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน
สถานที่ยื่นคำร้อง
1) กรณีเพิ่มชื่อตามสูติบัตรแบบเดิม ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนที่ออกสูติบัตรฉบับนั้น
2) กรณีเพิ่มชื่อตามใบแจ้งการย้ายที่อยู่แบบเดิม ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนที่ประสงค์จะขอเพิ่มชื่อ
3) กรณีเพิ่มชื่อตามทะเบียนบ้านแบบเดิม ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนที่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้าย
ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ
หลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง
1.) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
2.) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
3.) หลักฐานทะเบียนราษฎรที่มีรายการบุคคลของผู้ขอเพิ่มชื่อ ได้สูติบัตรหรือใบแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือทะเบียนบ้านแบบเดิม ตามแต่กรณี
4.) เอกสารที่ราชการออกให้ (ถ้ามี) เช่น หลักฐานการศึกษาหลักฐานทางทหาร
5.) พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
3. กรณีคนสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศหรือเกิดในต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นคนสัญชาติไทย
สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ
หลักฐานประกอบการแจ้ง
1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
3. หลักฐานที่มีรายการบุคคลของผู้ขอเพิ่มชื่อ (ถ้ามี) เช่น หนังสือเดินทางหลักฐานการเกิด เป็นต้น
- พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
4. กรณีคนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานการเกิด
สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่
ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ ผู้ที่ขอเพิ่มชื่อแต่ถ้าผู้ขอเพิ่มชื่อเป็นผู้เยาว์ให้ บิดา มารดาหรือผู้ปกครองตามกฎหมายเป็นผู้ยื่นคำร้อง
หลักฐานประกอบการแจ้ง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
(2) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
(3) หลักฐานการเกิดของผู้ขอเพิ่มชื่อ ได้แก่ หลักฐานการจะทะเบียนคนเกิด (สูติบัตร) ที่ออกให้โดยสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ หรือหลักฐานการเกิดที่ออกโดยหน่วยงานของประเทศที่บุคคลนั้นเกิด ซึ่งได้แปลและรับรองคำแปลว่าถูกต้องโดยกระทรวงการต่างประเทศ ถ้าหลักฐานการเกิดไม่ปรากฏรายการสัญชาติของบิดา มารดาจะต้องเพิ่มหลักฐานทะเบียนของบิดา มารดาที่ปรากฏรายการสัญชาติไทย เพื่อยืนยันการได้สัญชาติไทยของผู้ขอเพิ่มชื่อ
(4) หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของผู้ขอเพิ่มชื่อ
(5) พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
5. กรณีคนสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยใช้หนังสือเดินทางของต่างประเทศหรือหนังสือสำคัญประจำตัว (Certificate of Identity) ออกให้โดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย และมีหลักฐานเอกสารราชการที่ระบุว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บุคคลนั้น มีภูมิลำเนาอยู่
ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ
หลักฐานประกอบการแจ้ง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
(2) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
(3) หลักฐานที่มีรายการบุคคลของผู้ขอเพิ่มชื่อ ได้แก่ หนังสือเดินทางของต่างประเทศหรือหนังสือสำคัญประจำตัว (Certificate of Identity) ออกให้โดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย และหลักฐานเอกสารราชการที่ระบุว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย (ถ้ามี) เช่นหลักฐานการศึกษา หลักฐานทหาร
(4) พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
6. กรณีคนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน โดยมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจเดินทางกลับประเทศไทย
สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บิดา มารดา ญาติ พี่น้อง หรือผู้ปกครองของผู้ปกครองของผู้ขอเพิ่มชื่อ มีภูมิลำเนาอยู่
ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ ผู้รับมอบอำนาจจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง โดยชอบด้วยกฎหมาย ของผู้ที่ประสงค์ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร (กรณีผู้ขอเพิ่มชื่อยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือผู้รับมอบอำนาจผู้ที่มีประสงค์ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร (กรณีผู้ขอเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว)
หมายเหตุ : ผู้รับมอบอำนาจต้องเป็นญาติพี่น้องหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ที่มี
ความประสงค์ขอเพิ่มชื่อ
หลักฐานประกอบการแจ้ง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของผู้รับมอบอำนาจ
(2) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
(3) สูติบัตรที่ออกให้โดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย หรือเอกสารรับรองการเกิดที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศซึ่งแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองคำแปลโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย
(4) หนังสือมอบอำนาจของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือผู้ที่ประสงค์ขอมีรายการบุคคลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว แล้วแต่กรณี ซึ่งควรดำเนินการผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย
(5) เอกสารที่ราชการออกให้ (ถ้ามี) เช่น หลักฐานการศึกษา หลักฐานทางทหาร
(6) พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
7. กรณีบุคคลอ้างว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านโดยไม่มีหลักฐานเอกสารมาแสดง
สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่
2.ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ
3. หลักฐานประกอบการแจ้ง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
(2) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
(3) เอกสารที่ราชการออกให้ (ถ้ามี) เช่น หลักฐานการศึกษา หลักฐานทางทหาร
(4) พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
8. กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวรขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14)
1. สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่
2. ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าบ้าน บิดา มารดา หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ
3. หลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
(2) บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน (ถ้ามี)
(3) ใบสำคัญสิ่งที่อยู่ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้ขอเพิ่มชื่อ หรือหนังสือรับรองที่หน่วยงานของรัฐออกให้เพื่อรับรองการได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่
(4) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) หรือสำเนาทะเบียนประวัติ หรือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ถ้ามี)
(5) พยานบุคคล ได้แก่ เจ้าบ้าน
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา
9. กรณีคนต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทางเข้ามาในประเทศไทยซึ่งระยะเวลาการอนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยยังไม่สิ้นสุด มีความประสงค์ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.13)
1. สถานที่ยื่นคำร้อง
สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่
2. ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ
3. หลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
(2) บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน (ถ้ามี)
(3) หนังสือเดินทางของผู้ขอเพิ่มชื่อพร้อมสำเนาซึ่งแปลเป็นภาษาไทยโดยสถาบันที่น่าเชื่อถือ
(4) พยานบุคคล ได้แก่ เจ้าบ้าน
แผนผังขั้นตอน
ข้อควรปฏิบัติ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม
- โทรศัพท์มาสอบถามข้อสงสัยก่อนเดินทางมา


















