• ตั้งสติก่อนสตาร์ท เมาไม่ขับ..ลดอุบัติเหตุบนถนน

    ตั้งสติก่อนสตาร์ท เมาไม่ขับ..ลดอุบัติเหตุบนถนน

    ประเทศไทยมีการดื่มสุราสูงเป็นอันดับที่ 40 ของโลก และเป็นอันดับที่ 3 ของเอเชีย โดยคนที่มีอายุมากกว่า 15 ปี ขึ้นไป ดื่มสุราจำนวน 17 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 32 ของประชากรในช่วงอายุนี้ทั้งหมด 53.9 ล้านคน นอกจากนี้ การดื่มสุรายังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรร้อยละ 90 โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตประมาณ 26,000 คนต่อปี ซึ่งการดื่มสุราและก่อให้เกิดอุบัติเหตุก็ถือเป็นปัญหาหลักปัญหาหนึ่งที่รัฐบาลแต่ละรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด

    สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเป็นผลมาจากการขับรถในขณะที่เมาสุรา ซึ่งการขับรถในขณะที่มีอาการเมาสุราถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(2) ที่กำหนดมิให้ผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา โดยคำว่า “รถ” ตามกฎหมายดังกล่าวหมายถึงยานพาหนะ ทางบกทุกชนิด ยกเว้นรถรางและรถไฟ ส่วนอาการเมาสุรานั้น หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา (กฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537)) สำหรับการตรวจสอบผู้ขับขี่รถว่ามีอาการเมาสุราหรือไม่นั้น หากเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าผู้ขับขี่รถมีอาการเมาสุราก็มีอำนาจในการสั่งให้หยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบได้ และหาก ผู้ขับขี่รถมีการการเมาสุราก็จะมีความผิดตามกฎหมายจราจร (ไม่สามารถเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายได้) โดยมีอัตราโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาล สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกําหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ นอกจากความผิดในเรื่องของขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือการเมาแล้วขับนั้น ต่อมาได้มีการผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปี 2551 เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยได้มีการประกาศกำหนดห้ามขายหรือดื่มสุราในสถานที่หรือในบริเวณของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ยกเว้นบริเวณที่ถูกจัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร หรือเป็นการจัดเลี้ยงตามประเพณี และห้ามดื่มสุราในขณะโดยสารอยู่ในรถหรือบนรถด้วย โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับสำหรับผู้ที่ดื่มสุราและมีความจำเป็นต้องขับรถกลับบ้านนั้น ควรมีความระมัดระวังการดื่มให้มากเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ผู้ดื่มสุราควรระวังการดื่มโดยควรรู้ว่าสุราแต่ละประเภทมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกัน เช่น เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 5 ดีกรี ปริมาณ 1 กระป๋อง (330 มิลลิลิตร) จะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือปริมาณการดื่มเบียร์ 1 ขวด (630 มิลลิลิตร) หรือเบียร์ 2 กระป๋อง ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอาจมากกว่าหรือน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ก็ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้ดื่มเป็นสำคัญ หากผู้ดื่มมีน้ำหนักน้อยปริมาณแอลกอฮอล์จะมีมากกว่าคนที่น้ำหนักตัวมาก ทั้งนี้ ใน 1 ชั่วโมง ร่างกายจะสามารถกำจัดแอลกอฮอล์ได้ประมาณ 15 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะมีแอลกอฮอล์ที่ค้างอยู่ในปาก 15 – 20 นาที ดังนั้น หากมีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จากลมหายใจ จะมีผลทำให้ระดับแอลกอฮอล์สูงกว่าความเป็นจริง การบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าจะสามารถกำจัดแอลกอฮอล์ที่ค้างอยู่ในปากได้ระดับหนึ่ง เพื่อมิให้ผิดกฎหมายควรดื่มด้วยความระมัดระวังด้วยนะคะ !!

    ขอบคุณเนื้อหาจาก http://www.aecplastic.com/ArticleDetail.aspx?id=60

    Print Friendly, PDF & Email

    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150