• เมืองพัทยารณรงค์สร้างความปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

    เมืองพัทยารณรงค์สร้างความปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

    เมืองพัทยารณรงค์สร้างความปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

    ปัจจุบันรถจักรยานยนต์จัดเป็นพาหนะที่ประชาชนให้ความนิยมกันอย่างมากในการเดินทางสัญจรเนื่องจากมีราคาถูก ขับขี่ง่าย สะดวก ประหยัดน้ำมัน และมีความคล่องตัวในการใช้งาน แต่อันตรายของอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ก็สูงมากเช่นกัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่และผู้โดยสารมักจะพุ่งลอยไปข้างหน้า โอกาสที่ศีรษะจะกระแทกวัตถุข้างหน้ามีมากจะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะและสมอง ที่ส่งผลให้เกิดความพิการและอันตรายต่อชีวิตได้ หมวกนิรภัย เป็นอุปกรณ์สำคัญในการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบริเวณศีรษะได้เป็นอย่างดีจากสถิติพบว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยจะได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะมากกว่าผู้ที่สวมหมวกนิรภัยถึง 2-3 เท่า
    หมวกนิรภัย มี 3 แบบ คือ
    1.หมวกนิรภัยแบบปิดเต็มหน้า เป็นหมวกเต็มใบเปิดช่องตรงหน้า ตำแหน่งตาเท่านั้น มีส่วนป้องกันปากและคางด้านหน้า
    2.หมวกนิรภัยแบบเต็มศีรษะ เป็นรูปทรงกลมปิดด้านข้างและด้านหลังเสมอแนวขากรรไกรและต้นคอด้านหลัง ด้านหน้าเปิดเหนือคิ้วลงมาถึงปลายคางและมีสายรัดคาง
    3.หมวกนิรภัยแบบครึ่งศีรษะ เป็นรูปครึ่งทรงกลม ปิดด้านข้างและด้านหลังเสมอระดับหู คลุมได้ครึ่งศีรษะ มีสายรัดคาง หมวกชนิดนี้สามารถป้องกันได้เฉพาะศีรษะส่วนบนเท่านั้น

    การเลือกใช้หมวกนิรภัย
    1. ควรใช้หมวกนิรภัยที่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
    2. เลือกขนาดของหมวกให้พอดีกับขนาดของศีรษะโดยการทดลองสวมหมวกนิรภัย คาดสายรัดคางให้แน่นและทดลองโดยการผลักหมวกไปทางด้านหน้าและด้านหลัง ถ้าหมวกเลื่อนขึ้นไปจนถึงกลางศีรษะหรือมากกว่านั้นควรเปลี่ยนขนาดของหมวกใหม่ให้พอดี
    3. เลือกหมวกนิรภัยที่มีสีสันสดใส เพื่อช่วยให้คนขับรถอื่นๆ มองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะกลางคืน
    4. ควรเปลี่ยนหมวกนิรภัยใหม่ทุก 3-5 ปี เนื่องจากมีการ เสื่อมอายุการใช้งานหรือหมวกที่เคยได้รับการกระแทกมาแล้ว ควรเปลี่ยนหมวกใหม่เช่นกัน “เพื่อความปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยที่ขับขี่”

    ข้อแนะนำ สำหรับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์
    1. ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่ทุกครั้ง
    2. ไม่ควรขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูง
    3. ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักสิ่งของหรือคนโดยสารมากเกิน จนทำให้รถทรงตัวไม่ดี
    4. การขับขี่ควรชิดทางด้านซ้ายบายพาหนะอื่นๆ ยกเว้นกรณีที่ต้องเลี้ยวขวา ควรให้สัญญาณไฟก่อนเปลี่ยนช่องทาง
    5. หลีกเลี่ยงการขับขี่ระหว่างช่องทางเดินรถ
    6. อย่าเร่งเครื่องให้เกิดเสียงดังเกินควร ควรติดตั้งเครื่องลดเสียงที่ท่อไอเสีย
    7. ขับขี่ด้วยความระมัดระวังบริเวณทางแยกหรืออกจากซอย(70% ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักจะเกิดตรงทางแยก)
    8. ดูกระจกส่องข้างและให้สัญญาณไฟทุกครั้ง ถ้าต้องการเปลี่ยนช่องทางเดินรถ
    9. ขับรถให้ช้าลงในที่เป็นหลุมเป็นบ่อเวลาฝนตก หรือหมอกลงจัด และควรเปิดไฟขณะขับขี่
    10. ชะลอความเร็วลง ถ้ามีคนหรือสุนัขวิ่งในถนน หรือวิ่งตัดหน้า
    11. งดการดื่มสุราก่อนการขับขี่
    12. รถต้องมีเลขทะเบียนท้ายรถ และต่ออายุป้ายวงกลม เสียภาษีรถจักรยานยนต์ทุกปี
    13. อย่าลืมพกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกปี
    14. ตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะขับขี่เสมอ

    ทั้งนี้ กฎหมายพ.ร.บ.จราจรทางบก ได้ระบุไว้ มาตรา 122 กำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้โดยสารต้องสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจะต้องโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โดยห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขับขี่รถในขณะที่คนโดยสารรถไม่สวมหมวกนิรภัย หากฝ่าฝืนผู้ขับขี่จักรยานยนต์จะถูกปรับเป็น 2 เท่าของโทษที่กำหนด คือการไม่สวมหมวกเฉพาะตัวเอง มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาทและอีกข้อหาคือไม่จัดให้คนซ้อนสวมหมวกกันน็อก ทั้งนี้เพื่อร่วมด้วยช่วยกันสร้างความปลอดภัยและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด

    ขอบคุณข้อมูลจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

    Print Friendly, PDF & Email

    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150