• ขับรถขณะฝนตก ขับขี่อย่างไรถึงปลอดภัย

    ขับรถขณะฝนตก ขับขี่อย่างไรถึงปลอดภัย

    ขับรถขณะฝนตก ขับขี่อย่างไรถึงปลอดภัย

    การจราจรนับได้ว่าเป็นปัญหาสังคมปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ และนับวันจะทวีความรุนแรงของปัญหาเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายหลายประการ ทั้งความเจริญเติบโตของเมืองหรือชุมชน ที่มีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผู้ขับขี่ บางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจ มีความคึกคะนอง ขาดวินัย ไม่เคารพกฎหมายจราจร จึงก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ต้องสูญเสียชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน
    ในการนี้เพื่อเป็นการร่วมกันสร้างความรู้ ความเข้าใจ โดยวันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนเมืองพัทยา ขอเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “ระเบียบวินัยจราจรและกฎหมายจราจร” เรื่อง ขับรถขณะฝนตก ขับขี่อย่างไรถึงปลอดภัย
    วิธีขับรถในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปกติ เนื่องจากถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฤดูฝน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย ขอแนะวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน ดังนี้
    การเตรียมสภาพรถ
    ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี หากโคมแก้วเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดเพื่อให้ความสว่างเพิ่มขึ้น รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ์ใบปัดน้ำฝนให้สามารถปัดกวาดน้ำฝนได้สะอาด ไม่มีรอยฝ้าหรือรอยขูดขีดบนกระจก และเตรียมผ้าแห้งไว้เช็ดฝ้าที่ติดอยู่กระจกภายในรถ รวมถึงหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำอยู่เสมอ
    เลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีดอกยางละเอียด เติมลมยางให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อให้ หน้ายางแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ยางมีกำลังในการรีดน้ำดียิ่งขึ้น ตลอดจนตรวจสอบผ้าเบรกให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพถนนเปียกลื่น หากเบรกแล้วรถมีอาการปัด ให้จัดการเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่
    การขับรถในช่วงฝนตก

    1. เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝน ให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนที่ตกลงมา
    2. การใช้น้ำฉีดกระจก ในช่วงที่ฝนเริ่มตกน้ำที่กระเด็นจากการดีดจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน ในกรณีนี้ แม้จะใช้เปิดก้านปัดน้ำฝนปัดก็ไม่สามารถปัดออกได้หมด จึงควรใช้น้ำฉีดกระจกช่วยชะล้างคราบโคลนเหล่านี้ แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ไม่ควรฉีดน้ำในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน
    3. เปิดไฟหน้า-หลังรถ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงที่ฝนตกหนักมักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน การเปิดไฟหน้า-หลังรถนอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นเห็นรถของเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย
    4. ลดความเร็ว จากการศึกษาพบว่าช่วงที่ฝนเริ่มตกใน 10 นาทีแรก เป็นช่วงที่รถมีโอกาสลื่นไถลมากที่สุด เพราะน้ำฝนจะชะล้างคราบดินและฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนพื้นถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายการละเลงโคลน ดังนั้น การลดความเร็วของรถ จึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งระดับความเร็วที่ทำให้รถไม่เกิดการลื่นไถล คือ 60 ก.ม./ช.ม.
    5. ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น ผู้ขับขี่ ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าการขับขี่ในช่วงปกติ 10-15 เมตร เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน
    6. หากขณะขับรถแล้วรถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะจะทำให้รถ พลิกคว่ำได้ ให้แก้ไขด้วยการถอนคันเร่ง ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคงแล้วพยายามลดความเร็วโดยใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะ ทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ
    7. การขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ผู้ขับขี่ควรหยุดประเมินสถานการณ์ และขับรถผ่านถนนในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังน้อยที่สุดและระมัดระวังในการขับผ่านถนนที่มีลักษณะนูนเป็นหลังเต่า เพราะหากขับรถเบี่ยงออกนอกเส้นทาง อาจทำให้รถจมน้ำได้ ขับรถโดยใช้เกียร์ 1 เร่งเครื่องให้รอบสูงแล้วเหยียบคลัทช์ เพื่อให้ความเร็วต่ำ แต่อย่าให้รอบต่ำ จะทำให้เครื่องดับกลางน้ำได้ ไม่ขับรถเร็วเกินไป เพราะจะทำให้มีน้ำกระเด็นเข้าเครื่องยนต์ อีกทั้งระวังน้ำที่อาจกระเด็นจากรถคันอื่นเข้าไปในห้องเครื่อง เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ดับหรือรถลอยซึ่งจะทำให้ควบคุมรถได้ยากขึ้น หากมีน้ำท่วมสูง อย่าขับรถลุยน้ำโดยเด็ดขาด เพราะรถอาจถูกพัดไปตามกระแสน้ำได้
    8. ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฝนตก ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพยาง ใบปัดน้ำฝน ระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำฝนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเลือกใช้ยางที่มีดอกยางละเอียด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและหยุดรถ ตลอดจนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่มากกว่าปกติ ไม่ขับรถด้วยความเร็วสูง และเว้นระยะห่างจากรถคันอื่นให้มากกว่าปกติ
      สำหรับครั้งหน้าจะเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎและระเบียบจราจรเรื่องอะไร ท่านสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ตามช่องทางดังนี้ เพียงพิมพ์คำว่า prpattaya ใน Facebook Fanpage Instagram Twitter YouTube และ Line@ (พิมพ์ @prpattaya) และ เว็บไซต์ pattayacityevents.com เพียงเท่านี้คุณจะได้รับข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ จากเมืองพัทยาง่าย สะดวกรวดเร็ว หรือแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ทาง “สายตรงนายกเมืองพัทยา” หรือหมายเลขโทรศัพท์อัตโนมัติ PATTAYA CONTACT CENTER 1337 ตลอด 24 ชั่วโมง
      ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
    Print Friendly, PDF & Email

    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150