• Monthly Archives: Ҥ 2019

    ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ

    วันนี้ (25 ต.ค. 62) ณ ห้องทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา เวลา 09.30 น. นายรณกิจ เอกะสิงห์ พร้อมด้วยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการองค์กร เกี่ยวกับการกู้ภัยทางทะเล การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และระบบบริหารโรงพยาบาลเมืองพัทยา

    กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรสอบสวนคดีพิเศษรุ่นที่ 30 ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 29 ตุลาคม 2562 เพื่อให้บุคลากรของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีความรู้ความเข้าใจในอำนาจหน้าที่ ตลอดจนบทบาทของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ตามหลักคุณธรรมจริยธรรมสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 50 คน ทั้งนี้เมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่น่าสนใจ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้เดินทางเข้าศึกษาดูงานเพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการปฏิบัติงาน และพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ สามารถขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรไปสู่เป้าหมายและตอบสนองความต้องการของประชาชนต่อไปในอนาคต


    สาระน่ารู้…อัตราค่าปรับ ตาม พ.ร.บ. จราจร พ.ศ. 2552

    ว่ากันด้วยเรื่องของกฎจราจร… ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถติดกว่าที่ควรจะเป็น โดยต้นเหตุหลัก ๆ อยู่ที่ผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามกฎ เรียกได้ว่าขับรถเอาแต่ใจ ชนิดจะปาดซ้าย แซงขวา ก็ทำกันตามใจชอบไม่แคร์สายตาคุณตำรวจจราจรเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าทาง บก.จร. จะออกกฎคุมเข้มแล้วก็ตาม และเมื่อปัญหารถเยอะ บวกกับผู้ฝ่าฝืนกฎ ทำให้รถติดหนึบยิ่งเข้าไปใหญ่ ทาง บก.จร. ก็เลยขอกลับมาใช้การตั้งด่านในช่วงกลางวันอีกครั้ง หลังจากที่ประกาศยกเลิกใช้ไปเมื่อปลายปีก่อน งานนี้ผู้ขับขี่ที่ชอบลักไก่ คงร้อน ๆ หนาว ๆ กันน่าดู… ซึ่งในวันนี้ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับอัตราค่าปรับ ตาม พ.ร.บ. จราจร พ.ศ. 2552 มาให้คนใช้รถใช้ถนนได้ทราบกันว่า หากเราทำผิดกฎตามกฎหมายแล้วจะต้องเสียค่าปรับเท่าไร ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ. 2538) และการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด นั้นให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (กรมตำรวจ) ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2540 และเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2540 ตามลำดับ

    1. นำรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงอาจเกิดอันตรายหรือทำให้เสื่อมเสีย สุขภาพอนามัย มาใช้ในทางเดินรถ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    2. นำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    3. นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดก๊าซ ฝุ่นควัน ละอองเคมี เกินเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดมาใช้ในทางเดินรถ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 500 บาท
    4. นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดเสียงเกินเกณฑ์ที่กำหนดมาใช้ ในทางเดินรถ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 500 บาท
    5. ขับรถในทางไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างในเวลาที่มีแสง สว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวาง ในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะ 150 เมตร อัตราโทษ : 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    6. ใช้สัญญาณไฟวับวาบผิดเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    7. ขับรถบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตัวรถในทางเดิน รถไม่ติดธงสีแดง ไว้ตอนปลายสุดให้มองเห็นได้ภายในระยะ 150 เมตร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด :ปรับ 300 บาท
    8. ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิด หรือ วัตถุอันตรายไม่จัดให้มีป้ายแสดงถึงวัตถุ ที่บรรทุก อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    9. ขับรถไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้คน สัตว์ หรือสิ่งของที่บรรทุก ตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจาก รถอันอาจก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ ทำให้ทางสกปรกเปรอะเปื้อน ทำให้เสื่อมเสียสุขภาพ อนามัยแก่ประชาชนหรือก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    10. ขับรถไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้หรือทำให้ปรากฏ ในทาง หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    11. ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    12. ไม่หยุดรถหลังเส้น ให้รถหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดง อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    13. ขับรถไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ปรากฏด้วยมือ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    14. ไม่หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด หรือหยุดรถห่างจากพนักงานเจ้าหน้าที่น้อยกว่าสามเมตร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    15. ทำให้ปรากฏซึ่งสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรที่กำหนดในทางเดินรถโดยไม่มีอำนาจ อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    16. ไม่ขับรถที่มีความเร็วช้าให้ใกล้ขอบทางด้านซ้ายในทางเดินรถที่มีสวนกันได้ อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 200-500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    17. ไม่ขับรถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสารรถจักรยานยนต์ที่มีความเร็วช้าในช่องเดินรถซ้ายสุด ในทางเดินรถที่แบ่งช่องเดินรถไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท
    18. เลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องเดินรถโดยไม่ให้สัญญาณ อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    19. ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท
    20. ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 –10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    21. ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    22. ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร (เว้นแต่รถเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ) อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    23. ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นทางด้านซ้ายมือโดยไม่มีเหตุอันสมควร อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    24. ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นขณะขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน หรืออยู่ในทางโค้ง ซึ่งไม่มีเครื่องหมายจราจรให้แซงได้ อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    25. ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางแยก อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    26. ขับรถออกจากที่จอดเมื่อมีรถจอดหรือสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าโดยไม่ให้สัญญาณมือหรือแขน หรือสัญญาณไฟ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    27. กลับรถในทางเดินรถกีดขวางการจราจร อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 200-500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    28. กลับรถในระยะ 100 เมตร จากเชิงสะพาน อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    29. กลับรถที่ทางร่วมทางแยก (เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรให้กลับรถได้) อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    30. หยุดรถหรือจอดรถในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรที่อธิบดีกำหนดในทางเดินรถโดยไม่มีอำนาจ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    31. ไม่จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    32. จอดรถไม่ขนานชิดกับขอบทางหรือไหล่ทางในระยะห่างเกินกว่า 25 เซนติเมตร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    33. หยุดรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุผลสมควร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    34. หยุดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคาร หรือทางเดินรถ โดยไม่มีเหตุผลสมควร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    35. จอดรถบนทางเท้า อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    36. จอดรถบนสะพานหรือในอุโมงค์ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท
    37. จอดรถในทางร่วมทางแยก หรือภายในระยะ 10 เมตร จากทางร่วมทางแยก อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท จอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายห้ามจอด อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    38. จอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายห้ามจอด อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    39. จอดรถภายในระยะ 15 เมตร ก่อนถึงเครื่องหมายหยุดรถประจำทางและเลยเครื่องหมายไปอีก 3 เมตร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    40. จอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    41. ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเครื่องมือบังคับ รถ มิให้เคลื่อนย้าย อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือ ปรับไม่เกิน 5,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    42. จอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางโดยไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างเพียงพอ ที่จะเห็นรถที่จอดนั้นได้ชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 200 – 500บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    43. ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด อัตราโทษ : ปรับตั้งแต่ 200 – 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 400 บาท
    44. ไม่ยอมให้รถในทางร่วมทางแยกนั้นผ่านไปก่อน เมื่อขับรถถึงทางร่วมทาง แยกทีหลัง อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    45. ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วไม่หยุดช่วยเหลือแสดงตัว และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 –10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    46. ขับรถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร (เว้นแต่ กรณีจะเกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร) อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    47. ไม่เดินบนทางเท้าหรือไหล่ทางเมื่อทางนั้น มีทางเท้าหรือไหล่ทางอยู่ข้างทางเดินรถ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 200 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 100 บาท
    48. เดินข้ามทางนอกทางข้าม เมื่อมีทางข้ามอยู่ภายในระยะ100 เมตร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 200 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 100 บาท
    49. ขี่ จูง ไล่ ต้อน หรือปล่อยสัตว์ไปบนทาง ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร และไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    50. วาง ตั้ง ยื่น หรือ แขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร โดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    51. ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย (มิให้ใช้บังคับแก่ภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช ผู้นับถือลัทธิศาสนาที่ใช้ผ้าโพกศรีษะตามประเพณีนิยม อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    52. โดยสารรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย (มิให้ใช้บังคับแก่ภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช ผู้นับถือลัทธิศาสนาที่ใช้ผ้าโพกศรีษะตามประเพณีนิยม อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    53. ยินยอมให้ผู้อื่นนั่งตอนหน้าแถวเดียวกับคนขับเกิน 2 คน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    54. เป็นผู้ขับรถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกคนโดยสารรถโรงเรียน รถแท็กซี่ ยินยอมให้ผู้โดยสารขึ้นหรือลง รถยนต์ในขณะที่รถหยุดเพื่อรอสัญญาณไฟ หรือหยุดเพราะติดการจราจร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 500 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 200 บาท
    55. ขับรถตามหลังรถฉุกเฉินซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในระยะไม่ถึง 50 เมตร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    56. กระทำด้วยประการใด ๆ บนทางอันเป็นการกีดขวางของการจราจร อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท
    57. ฝ่าฝืนคำสั่งข้อบังคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานจราจรซึ่งสั่งหรือประกาศ ห้าม หยุดหรือ จอด อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท อัตรากำหนด : ปรับ 300 บาท

    ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2537)

    1. ใช้รถไม่จดทะเบียน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
    2. ใช้รถไม่เสียภาษีประจำปีภายในเขตกำหนด อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    3. ใช้รถไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษี อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    4. ใช้รถไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    5. ใช้รถที่มีส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน อัตราโทษ :ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    6. เปลี่ยนแปลงสีของรถผิดจากที่จดทะเบียนไว้ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    7. เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือ ส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดจากไปที่ จดทะเบียน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    8. ขับรถยนต์ที่มีไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (รถป้ายแดง) ระหว่างพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น เวลากลางคืน) โดยไม่มีความจำเป็นและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    9. ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับรถ อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    10. ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถที่จะแสดงได้ทันที (เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถตาม) อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
    11. ขับรถไม่มีสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถที่จะแสดงได้ทันที อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
    12. ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ เข้าขับรถของตน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    13. รับจ้างรถบรรทุกคนโดยสาร โดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกิน 7 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
    14. ขับรถระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    15. ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถ อีกคันหนึ่ง อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

    ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2537)

    1.ประกอบการขนส่งประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    2.ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    3.ประกอบการขนส่งด้วยรถขนาดเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    4.ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    5.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้รถผิดประเภท อัตราโทษ : จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    6.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดจำนวนรถที่ต้องการใช้ใน การประกอบการขนส่ง ตามเส้นทางที่ใช้ในการประกอบ การขนส่ง อัตราโทษ : ปรับตามจำนวนรถที่ขาด คันละไม่เกิน 5,000 บาท ต่อหนึ่งวัน จนกว่าปฏิบัติให้ถูกต้อง

    7.เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ลักษณะ ชนิด ขนาด และสีของรถ และเครื่องหมายของผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องให้ปรากฏ ประจำรถทุกคัน อัตราโทษ : ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ขอขอบคุณข้อมูลจาก trafficpolice.go.th , highwaypolice.org


    25 – 26 ต.ค. นี้… พลาดไม่ได้ ช้อป ชิม ชม ตลาดวัฒนธรรมไทย 4 ภาค ในงาน “วัฒนธรรมชวนชิม” เทศกาลมรดกวัฒนธรรมอาหารเชิงสร้างสรรค์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช

    25 – 26 ต.ค. นี้… พลาดไม่ได้ ช้อป ชิม ชม ตลาดวัฒนธรรมไทย 4 ภาค ในงาน “วัฒนธรรมชวนชิม” เทศกาลมรดกวัฒนธรรมอาหารเชิงสร้างสรรค์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช

    สภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา ร่วมกับเมืองพัทยา และทุกภาคส่วนในพื้นที่ จัดกิจกรรม “เทศกาลมรดกวัฒนธรรมอาหารเชิงสร้างสรรค์” ภายใต้คอนเซ็ปท์ “วัฒนธรรมชวนชิม” ระหว่างวันที่ 25 – 26 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 22.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติด้านวัฒนธรรม ออกสู่สายตาชาวโลก และเป็นการต่อยอดให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นและภาคส่วนต่าง ๆ ในการนำผลผลิตของพื้นบ้านมาทำเป็นอาหารในเมนูต่างๆ ให้ประจักรสู่สายตาชาวไทยและนักท่องเที่ยว

    ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ได้มีคัดสรรร้านอาหารคาวหวาน ที่เป็นเมนูขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัด ทั้ง 4 ภาค มาจัดแสดง พร้อมการคิดค้นสร้างสรรค์อาหารเมนูใหม่ๆ ที่ยังคงมรดกทางวัฒนธรรมอาหารเชิงสร้างสรรค์มาสาธิตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับประทานอาหารไทยที่หาชิม หาทานได้ยาก ซึ่งขณะได้มีการคัดสรรมาอาหารที่จะเข้าร่วม จำนวน 13 ประเภท รวม 30 ชนิด อาหารจากทั่วทุกภาค นอกจากนี้ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเครือข่ายวัฒนธรรมในชุดการแสดงต่างๆ การเดินแบบประกวดแฟชั่นโชว์ผ้าไทยที่วิจิตรงดงามการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย บูธอาหารไทย คาวหวานนานาชนิดทั้ง 4 ภาค ที่หลากหลายเมนูเด็ด และมีการมอบโล่เชิดชูเกียรติ บุคลากรสภาวัฒนธรรมดีเด่นระดับชาติ มอบโล่เกียรติคุณให้ผู้ประกอบการอาหารวัฒนธรรมสร้างสรรค์ภายในงานอีกด้วย

    แล้วพบกันในงาน “วัฒนธรรมชวนชิม” เทศกาลมรดกวัฒนธรรมอาหารเชิงสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 25 – 26 ตุลาคม 2562 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช


    ขับรถขณะฝนตก ขับขี่อย่างไรถึงปลอดภัย

    ขับรถขณะฝนตก ขับขี่อย่างไรถึงปลอดภัย

    การจราจรนับได้ว่าเป็นปัญหาสังคมปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ และนับวันจะทวีความรุนแรงของปัญหาเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายหลายประการ ทั้งความเจริญเติบโตของเมืองหรือชุมชน ที่มีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผู้ขับขี่ บางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจ มีความคึกคะนอง ขาดวินัย ไม่เคารพกฎหมายจราจร จึงก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ต้องสูญเสียชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน
    ในการนี้เพื่อเป็นการร่วมกันสร้างความรู้ ความเข้าใจ โดยวันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนเมืองพัทยา ขอเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “ระเบียบวินัยจราจรและกฎหมายจราจร” เรื่อง ขับรถขณะฝนตก ขับขี่อย่างไรถึงปลอดภัย
    วิธีขับรถในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปกติ เนื่องจากถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฤดูฝน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย ขอแนะวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน ดังนี้
    การเตรียมสภาพรถ
    ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี หากโคมแก้วเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดเพื่อให้ความสว่างเพิ่มขึ้น รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ์ใบปัดน้ำฝนให้สามารถปัดกวาดน้ำฝนได้สะอาด ไม่มีรอยฝ้าหรือรอยขูดขีดบนกระจก และเตรียมผ้าแห้งไว้เช็ดฝ้าที่ติดอยู่กระจกภายในรถ รวมถึงหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำอยู่เสมอ
    เลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีดอกยางละเอียด เติมลมยางให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อให้ หน้ายางแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ยางมีกำลังในการรีดน้ำดียิ่งขึ้น ตลอดจนตรวจสอบผ้าเบรกให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพถนนเปียกลื่น หากเบรกแล้วรถมีอาการปัด ให้จัดการเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่
    การขับรถในช่วงฝนตก

    1. เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝน ให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนที่ตกลงมา
    2. การใช้น้ำฉีดกระจก ในช่วงที่ฝนเริ่มตกน้ำที่กระเด็นจากการดีดจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน ในกรณีนี้ แม้จะใช้เปิดก้านปัดน้ำฝนปัดก็ไม่สามารถปัดออกได้หมด จึงควรใช้น้ำฉีดกระจกช่วยชะล้างคราบโคลนเหล่านี้ แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ไม่ควรฉีดน้ำในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน
    3. เปิดไฟหน้า-หลังรถ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงที่ฝนตกหนักมักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน การเปิดไฟหน้า-หลังรถนอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นเห็นรถของเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย
    4. ลดความเร็ว จากการศึกษาพบว่าช่วงที่ฝนเริ่มตกใน 10 นาทีแรก เป็นช่วงที่รถมีโอกาสลื่นไถลมากที่สุด เพราะน้ำฝนจะชะล้างคราบดินและฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนพื้นถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายการละเลงโคลน ดังนั้น การลดความเร็วของรถ จึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งระดับความเร็วที่ทำให้รถไม่เกิดการลื่นไถล คือ 60 ก.ม./ช.ม.
    5. ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น ผู้ขับขี่ ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าการขับขี่ในช่วงปกติ 10-15 เมตร เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน
    6. หากขณะขับรถแล้วรถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะจะทำให้รถ พลิกคว่ำได้ ให้แก้ไขด้วยการถอนคันเร่ง ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคงแล้วพยายามลดความเร็วโดยใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะ ทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ
    7. การขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ผู้ขับขี่ควรหยุดประเมินสถานการณ์ และขับรถผ่านถนนในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังน้อยที่สุดและระมัดระวังในการขับผ่านถนนที่มีลักษณะนูนเป็นหลังเต่า เพราะหากขับรถเบี่ยงออกนอกเส้นทาง อาจทำให้รถจมน้ำได้ ขับรถโดยใช้เกียร์ 1 เร่งเครื่องให้รอบสูงแล้วเหยียบคลัทช์ เพื่อให้ความเร็วต่ำ แต่อย่าให้รอบต่ำ จะทำให้เครื่องดับกลางน้ำได้ ไม่ขับรถเร็วเกินไป เพราะจะทำให้มีน้ำกระเด็นเข้าเครื่องยนต์ อีกทั้งระวังน้ำที่อาจกระเด็นจากรถคันอื่นเข้าไปในห้องเครื่อง เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ดับหรือรถลอยซึ่งจะทำให้ควบคุมรถได้ยากขึ้น หากมีน้ำท่วมสูง อย่าขับรถลุยน้ำโดยเด็ดขาด เพราะรถอาจถูกพัดไปตามกระแสน้ำได้
    8. ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฝนตก ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพยาง ใบปัดน้ำฝน ระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำฝนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเลือกใช้ยางที่มีดอกยางละเอียด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและหยุดรถ ตลอดจนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่มากกว่าปกติ ไม่ขับรถด้วยความเร็วสูง และเว้นระยะห่างจากรถคันอื่นให้มากกว่าปกติ
      สำหรับครั้งหน้าจะเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎและระเบียบจราจรเรื่องอะไร ท่านสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ตามช่องทางดังนี้ เพียงพิมพ์คำว่า prpattaya ใน Facebook Fanpage Instagram Twitter YouTube และ Line@ (พิมพ์ @prpattaya) และ เว็บไซต์ pattayacityevents.com เพียงเท่านี้คุณจะได้รับข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ จากเมืองพัทยาง่าย สะดวกรวดเร็ว หรือแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ทาง “สายตรงนายกเมืองพัทยา” หรือหมายเลขโทรศัพท์อัตโนมัติ PATTAYA CONTACT CENTER 1337 ตลอด 24 ชั่วโมง
      ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

    ชาวพัทยาพร้อมใจ“เดินเพื่อเสรีภาพ (Walk for Freedom)” รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์และความรุนแรง

    ชาวพัทยาพร้อมใจ“เดินเพื่อเสรีภาพ (Walk for Freedom)” รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์และความรุนแรง

    เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 62 เวลา 16.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลพัทยา บีช นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เดินเพื่อเสรีภาพ” ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา และสมาชิกเครือข่าย ร่วมสวมใส่เสื้อยืดสีดําเดินรณรงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างจิตสํานึก เกิดความตระหนักในเรื่องการค้ามนุษย์มากขึ้น

    กิจกรรม “เดินเพื่อเสรีภาพ (Walk For Freedom)” เป็นกิจกรรมระดับโลก เกิดขึ้นในหลายร้อยเมืองทั่วประเทศกว่า 50 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการระดมทุนและสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับผู้คนนับล้าน ทั้งชาย หญิง และเด็ก ที่ยังคงติดอยู่ในบ่วงของการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ในทุกวันนี้ ด้วยการระดมทุนและการที่มีผู้คนจํานวนนับพันทั่วโลกมาร่วมการเดินรณรงค์นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะกระตุ้นให้เกิดการช่วยเหลือและการเยียวยาผู้คนซึ่งถูกแสวงหาประโยชน์เฉกเช่นสินค้า “เดินเพื่อเสรีภาพ” (Walk For Freedom) เป็นกิจกรรมซึ่งผู้คนทั่วโลกควรจดจํา จากการเดินเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งและสวมเสื้อยืดสีดํา และเดินรณรงค์แจกเอกสารให้ความรู้เกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยจะเห็นแถวเหล่านี้ในสถานที่ต่างๆทั่วโลก ตั้งแต่จากหน้าหอไอเฟลในประเทศฝรั่งเศสและซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งการเดินเพื่อเสรีภาพเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างผลกระทบด้านบวกที่สําคัญที่สุด ที่มูลนิธิเอ-ทเวนตี้วัน ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร ขับเคลื่อนไปด้วยความหวังอันแรงกล้าว่ามนุษย์ทุกที่ทุกแห่ง จะได้รับการช่วยเหลือให้รอดพ้นจากพันธนาการและได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แบบ โดยร่วมมือกับทุกองค์กรเพื่อปลดปล่อยคนที่ถูกกดขี่และถูกแสวงหาประโยชน์ ทำลายสาเหตุของอาชญากรรม ด้วยการเข้าถึง ช่วยกู้ และการฟื้นฟูชีวิต…


    เมืองพัทยาติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนจอมเทียนสาย2 และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

    เมืองพัทยาติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนจอมเทียนสาย2 และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

    เมื่อวันที่ (21 ต.ค. 2562)​ เวลา 16.00 น. นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รองปลัดเมืองพัทยา รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการปรับปรุงผิวจราจรบริเวณถนนจอมเทียนสาย 2​ และพื้นที่ใกล้เคียง​ โดยมีนายสุนทร สมประมัย ผู้อำนวยการสำนักการช่าง มีนายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข หัวหน้าฝ่ายควบคุมการก่อสร้าง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมก่อสร้าง พร้อมด้วยตัวแทนจากบริษัทผู้รับจ้าง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้

    ตามที่เมืองพัทยาได้ว่าจ้างบริษัท โชคดีวิศวภัณฑ์ จำกัด และบริษัทไทยตรงหลี จำกัด ดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงผิวจราจรเป็นผิว ค.ส.ล. และวางท่อระบบระบายน้ำฝน ถนนจอมเทียนสาย 2 และ บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 59,941 ตารางเมตร พร้อมจัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง และสัญลักษณ์ตามมาตรฐาน มอก.​ โดยมีสัญญาการก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน ถึงวันที่ 1 เมษายน 2563 นั้น

    ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ในวันนี้ พบว่าโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรไปแล้ว 15% นอกจากนี้ยังได้กำชับบริษัทผู้รับจ้างเร่งดำเนินงานในวันธรรมดา 24 ชั่วโมง(จันทร์-พฤหัสบดี)​ ยกเว้นวันศุกร์ให้ดำเนินงานจนถึงเวลา 17:00 น. หลังจากนั้นให้คืนพื้นผิวการจราจรทันทีและเก็บเศษวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ตำแหน่งที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้​ รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์​อีกด้วย


    16 พ.ย.นี้ สาวกคิตตี้ในตำนานฉลองครบรอบ 45 ปีให้กับ ‘Hello Kitty’ ใน”Hello Kitty Run : Fun On The Beach 2019″

    16 พ.ย.นี้ สาวกคิตตี้ในตำนานฉลองครบรอบ 45 ปีให้กับ ‘Hello Kitty’ ใน”Hello Kitty Run : Fun On The Beach 2019″

    ต้อนรับความยิ่งใหญ่แห่งปีพร้อมเตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของงานวิ่งที่น่ารักที่สุด ‘Hello Kitty’ ประกาศ!!! จัดงาน ‘Hello Kitty Run 2019’ ณ ชายหาดพัทยา เดือนพฤศจิกายนนี้ ในงาน ‘Hello Kitty Run : Fun On The Beach 2019’ พร้อมฉลองครบรอบ 45 ปีให้กับ ‘Hello Kitty’ ในตำนานสุดน่ารัก พร้อมแล้วที่จะกลับมายึดทุกพื้นที่ในใจของแฟน ๆ ทุกเพศทุกวัย ไปกับทุกความมหัศจรรย์ สุดเซอร์ไพร์ส ที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งงาน แท็คทีมด้วยของที่ระลึกคอลเลกชั่นพิเศษ เฉพาะในงานนี้งานเดียว !!!

    เมื่อวันที่ (21 ตุลาคม 2562)​ เวลา 12.30 น. ณ Central Court 6 ชั้น 6 เซ็นทรัล เวิล์ด กรุงเทพฯ ได้มีงานแถลงข่าวการจัดงาน Hello Kitty Run fun on the beach 2019 งานวิ่งเพื่อฉลองครบรอบ 45 ปีให้กับ ‘Hello Kitty’ คิตตี้ในตำนานสุดน่ารัก ซึ่งจะจัด ณ ชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี (หน้า Central Festival Pattaya Beach) ใน วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายนนี้ กำหนดปล่อยตัวเวลา 16.00 น. นำโดย นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด, นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา กรรมการผู้จัดการ, นายกัมปนาท ศรศักดา ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ที่ได้รับลิขสิทธิ์การจัดงานฯ “Hello Kitty Run 2019” อย่างเป็นทางการ ร่วมด้วย นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย , ตัวแทนจาก Sanrio Hong Kong Ms. Veronica Li Manager of Event, Facility and Entertainment Division ที่ขึ้นกล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงาน Hello Kitty Run fun on the beach 2019 และ นายเสรี จำปาเงิน ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา​ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยว​ เมืองพัทยา กล่าวถึงการสนับสนุนสถานที่จัดงาน พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ ‘Hello Kitty’ จาก Sanrio ปรากฏตัวทักทายแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน​ งานนี้สาวกคิตตี้ห้ามพลาด!!! ฟิตร่างกายกันให้พร้อมมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานวิ่งที่สุดคาวาอี้แห่งปีที่จะเกิดขึ้นในประเทศ​ไทย หลังจาก ‘Hello Kitty Run’ ประสบความสำเร็จจนมีเสียงเรียกร้องเข้ามาเป็นจำนวนมาก ล่าสุด ‘ซานริโอ’ พร้อมแล้วกับการยกดินแดนแห่งความสนุกในงาน ‘Hello Kitty Run : Fun On The Beach 2019’ ด้วยการเนรมิตชายหาดพัทยา สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศ​ไทย ให้เต็มไปด้วยประสบการณ์มิติใหม่แห่งความสุข สุดน่ารัก ด้วยกิจกรรมที่จะตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ทุกความฟิน สนุกสนาน ในสไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ‘Hello Kitty’ การันตีเลยว่าไม่ว่าจะเกี่ยวแขนเพื่อนซี้ แก๊งค์เพื่อน, มากับแฟนหรือมากันทั้งครอบครัว ฯลฯ ก็ไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากจะได้ออกกำลังกาย สุขภาพดีกันแล้ว ยังได้ถ่ายภาพพร้อมเซลฟี่กับจุดเช็คอินกันสนั่น!! ชนิดถูกใจทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน ดับเบิ้ลไฮไลท์! พบซุปตาร์ ‘Hello Kitty’ บินตรงจากญี่ปุ่นมาร่วมส่งต่อความรักที่ได้รับจากสาวกคิตตี้เมืองไทย สู่โมเมนต์แห่งความประทับใจเฉลิมฉลอง ‘Hello Kitty’ อายุครบ 45 ปี ไฮไลท์พิเศษสุดของปีนี้ครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น! ร่วมร้องเพลง Happy Birthday และร่วมเป่าเทียนฉลองวันเกิดพร้อมกับ Kitty ในช่วง Meet & Greet Celebrate Scene
    สำหรับงาน ‘Hello Kitty Run : Fun On The Beach 2019’ กำหนดจัดวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ณ บริเวณชายหาดพัทยา เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 เป็นต้นไป เปิดจำหน่ายบัตร Early Bird ในราคาพิเศษ 900 บาท (จากราคา 1,050 บาท) ตั้งแต่วันที่ 11 – 24 ตุลาคม 2562 และจำหน่ายราคาปกติ ตั้งแต่ 25 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน ที่ Ticket me.co สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : ‘Hello Kitty Run Pattaya 2019 หรือเว็บไซต์ : www.hellokittyrunthailand.com


    ประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ ระยะที่ 1 ครั้งที่ 13/2562

    ประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ ระยะที่ 1 ครั้งที่ 13/2562

    เมื่อวันที่ (21 ต.ค.62) เวลา10.00 น. นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รองปลัดเมืองพัทยา รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่ ระยะที่ 1 ครั้งที่ 13/2562 โดยมีนายสุนทร สมประมัย ผู้อำนวยการสำนักการช่าง นายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข หัวหน้าฝ่ายควบคุมการก่อสร้าง รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมก่อสร้าง นายพุฒิเศรษฐ์ เจริญพจน์ หัวหน้าฝ่ายบำรุงรักษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนบำรุงรักษาและบูรณะ พร้อมด้วยตัวแทนจากบริษัทผู้รับจ้าง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ซึ่งมีนายธนู สุรชัยสิขวิทย์ หัวหน้าแผนกจัดการงานโครงการก่อสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 ภาคกลาง จังหวัดชลบุรี นำเสนอแผนการดำเนินงานก่อสร้างครั้งนี้ ณ ห้องประชุม 251 ศาลาว่าการเมืองพัทยา

    สำหรับวันนี้ได้มีประชุมและการนำเสนอรูปแบบแนวทางแก้ไขปัญหาการดำเนินการก่อสร้างถนนสุขุมวิท ถนนพัทยากลาง และถนนพัทยาสาย 3 โดยมีนายธนู สุรชัยสิขวิทย์ หัวหน้าแผนกจัดการงานโครงการก่อสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้าฯ ได้นำเสนอลักษณะการก่อสร้างเคเบิ้ลใต้ดิน ซึ่งมี 2 แบบ ดังนี้

    1. แบบเปิดหน้าดิน ซึ่งมีวิธีกลุ่มท่อหุ้มคอนกรีตและคอนกรีตสำเร็จรูป วิธีร้อยท่อฝังดิน รวมทั้งการฝังดินดดยตรง โดยจะดำเนินการก่อสร้าง 2 จุด ได้แก่
    • จุดที่ 1 บริเวณถนนพัทยากลาง (แยกสุขุมวิท ถึงพัทยาสาย 1) โดยได้ว่าจ้าง บริษัทวรประดิษฐ์ จำกัด ดำเนินการก่อสร้างฯ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562
    • จุดที่ 2 บริเวณถนนสุขุมวิท (แยกพัทยาใต้ ถึงแยกพัทยากลาง) ฝั่งซ้าย โดยว่าจ้างบริษัทศรีชลธร จำกัด ดำเนินการก่อสร้างฯ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2562
    1. แบบไม่เปิดหน้าดิน ซึ่งมีวิธีดันท่อปลอกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมทั้งวิธีเจาะในแนวราบ โดยจะดำเนินการก่อสร้าง บริเวณถนนพัทยาสาย 3 (แหลมบาลีฮาย ถึงแยกพัทยากลาง โดยว่าจ้างบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนท์ ดำเนินการก่อสร้างฯ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

    ซึ่งมติในที่ประชุมเห็นชอบในการนำเสนอรูปแบบ ทั้ง 2 แบบ ดังกล่าว พร้อมมอบหมายให้ทั้ง 3 บริษัท ดำเนินการก่อสร้างตามแผนที่เสนอ โดยเน้นย้ำบริษัทผู้รับจ้างให้ดำเนินงานด้วยระมัดระวังและเก็บเศษวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ตำแหน่งที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ สำหรับจุดที่ได้ดำเนินการเทผิวคอนกรีตเรียบร้อยแล้ว ให้เร่งดำเนินการคืนพื้นผิวการจราจรทันที เพื่อเป็นการอำนวยความสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเดินทางต่อไป


    ขับเร็วแค่ไหน ถึงไม่โดนปรับ

    ขับเร็วแค่ไหน ถึงไม่โดนปรับ
    การจราจรนับได้ว่าเป็นปัญหาสังคมปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ และนับวันจะทวีความรุนแรงของปัญหาเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายหลายประการ ทั้งความเจริญเติบโตของเมืองหรือชุมชน ที่มีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผู้ขับขี่ บางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจ มีความคึกคะนอง ขาดวินัย ไม่เคารพกฎหมายจราจร จึงก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ต้องสูญเสียชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน
    ในการนี้เพื่อเป็นการร่วมกันสร้างความรู้ ความเข้าใจ โดยวันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนเมืองพัทยา ขอเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “ระเบียบวินัยจราจรและกฎหมายจราจร” เรื่อง ความเร็วตามกฎหมายกำหนด

    1. การควบคุมความเร็วโดยทั่วไป โดยจะยึดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ว่าผู้ขับขี่ต้องขับรถด้วยอัตราความเร็วตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือ ตามเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ในทางเครื่องหมายจราจรที่ติดตั้งไว้ มีดังนี้
    2. การควบคุมความเร็วบริเวณพื้นที่เฉพาะ
      สำหรับเครื่องหมายจราจรที่พบเห็นได้บ่อยๆ ได้แก่
      “จำกัดความเร็ว” ห้ามใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดเป็น “กิโลเมตรต่อชั่วโมง” ตามจำนวนตัวเลขที่ระบุในป้ายนั้นๆ จนกว่าจะพ้นระยะที่จำกัดความเร็ว
      “สุดเขตบังคับ” หมดระยะบังคับตามความหมายของป้ายบังคับ ที่ได้ติดตั้งไว้ก่อนป้ายนี้
      “ความเร็วขั้นต่ำ” ผู้ขับขี่ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่าที่กำหนดเป็น “กิโลเมตรต่อชั่วโมง” ตามจำนวนตัวเลขที่ระบุในป้าย
    3. การควบคุมความเร็วบนถนนเฉพาะ
      ในส่วนสุดท้ายนี้ เรายึดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 โดยจะมีผลในทางหลวงชนบทกับทางหลวงบางเส้นที่มีการบังคับความเร็วต่างๆ มีดังนี้
      บนทางหลวงชนบท
      (1) รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
      (2) รถยนต์ที่ลากจูงรถพ่วงหรือรถยนต์สามล้อ ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
      (3) รถบรรทุกรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม ไม่ว่าจะลากจูงรถพ่วงหรือมีคนโดยสาร ไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
      ทางหลวงพิเศษ
      หมายเลข 7 ทางสายกรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยาและหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) ทางสายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
      (1) รถบรรทุกรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 1,200 กิโลกรัมหรือรถโดยสารไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
      (2) รถบรรทุกอื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ใน (1) ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
      (3) รถยนต์ส่วนตัวและจักยานยนต์ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
      ดังนั้นผู้ขับขี่ควรระวังเรื่องการกำหนดความเร็ว เนื่องจากทั้งทางหลวงชนบทและทางหลวงพิเศษ บางครั้งจะมีป้ายบังคับให้ลดความเร็วหรือใช้ความเร็วตามที่ป้ายกำหนดไว้ในกรณีที่เข้าเขตชุมชนหรือจุดที่มีทางร่วมทางแยก และที่สำคัญควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดปฏิบัติตามระเบียบวินัยจราจรที่กฎหมายกำหนด
      สำหรับครั้งหน้าจะเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎและระเบียบจราจรเรื่องอะไร ท่านสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ตามช่องทางดังนี้ เพียงพิมพ์คำว่า prpattaya ใน Facebook Fanpage Instagram Twitter YouTube และ Line@ (พิมพ์ @prpattaya) และ เว็บไซต์ pattayacityevents.com เพียงเท่านี้คุณจะได้รับข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ จากเมืองพัทยาง่าย สะดวกรวดเร็ว หรือแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ทาง “สายตรงนายกเมืองพัทยา” หรือหมายเลขโทรศัพท์อัตโนมัติ PATTAYA CONTACT CENTER 1337 ตลอด 24 ชั่วโมง
      ขอบคุณแหล่งที่มา : www.tqm.co.th

    พิธีเปิดโครงการมหกรรมแสดงความสามารถของคนพิการ ภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี)

    พิธีเปิดโครงการมหกรรมแสดงความสามารถของคนพิการ ภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี)

    เมื่อวันที่ (19 ต.ค.62)เวลา 16:30 น. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานกรรมการจัดมหกรรมแสดงความสามารถของคนพิการ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมแสดงความสามารถของคนพิการ ภาคตะวันออก(จังหวัดชลบุรี) โดยมีนายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเมืองพัทยา​ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ พร้อมด้วยนางสาวธีราภรณ์ ศรีจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม แขกผู้มีเกียรติ ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมพิธีฯเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล​ พัทยา บีช

    คณะกรรมการจัดมหกรรมแสดงความสามารถของคนพิการ วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ สมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยาบีช จัดโครงการ“ มหกรรมแสดงความสามารถของคนพิการ ภาคตะวันออก(จังหวัดชลบุรี)”เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานของผู้แสดงความสามารถ ซึ่งเป็นคนพิการในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงที่มีความสามารถหลากหลาย​ และสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากการตรากฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขอทาน​ ที่ได้ส่งเสริมให้คนพิการมีศักดิ์ศรี มีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย​

    ซึ่งบรรยากาศการจัดงานในวันนี้​ นอกเหนือจากการแสดงบนเวทีแล้ว​ ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งอาหาร​ ของขบเคี้ยว​ งานจักรสานและการแสดงศิลปะหัตถกรรม งานประดิษฐ์​ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ​ ความรู้​ ความสามารถของผู้พิการที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี​ โดยมีประชาชน​ นักท่องเที่ยวร่วมชมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก


    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150