• เมืองพัทยาเดินหน้าทวงคืนที่ดินสาธารณะ จาก “บ้านสุขาวดี” พร้อมติดประกาศคำสั่งระงับใช้อาคารและสิ่งปลูกสร้าง รุกล้ำพื้นที่ทางสาธารณะ

    เมืองพัทยาเดินหน้าทวงคืนที่ดินสาธารณะ จาก “บ้านสุขาวดี” พร้อมติดประกาศคำสั่งระงับใช้อาคารและสิ่งปลูกสร้าง รุกล้ำพื้นที่ทางสาธารณะ

    เมืองพัทยาเดินหน้าทวงคืนที่ดินสาธารณะ จาก “บ้านสุขาวดี” พร้อมติดประกาศคำสั่งระงับใช้อาคารและสิ่งปลูกสร้าง รุกล้ำพื้นที่ทางสาธารณะ

    วันนี้ (7 พ.ย. 62) เวลา 10.00 น. นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รองปลัดเมืองพัทยา รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา ลงพื้นที่ติดประกาศคำสั่งระงับใช้อาคารและสิ่งปลูกสร้าง รุกล้ำพื้นที่สาธารณะบริเวณบ้านสุขาวดี จำนวน 2 จุด โดยมีว่าที่ ร้อยตรี พุฒิสิทธ์ โชติสิริวโรทัย ปลัดอำเภอบางละมุง นายสมชาย บำรุงศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายควบคุมอาคาร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคาร นายสุริยา แก้วเขียว หัวหน้าฝ่ายขออนุญาตอาคาร นายมารุต อุทัยวัฒนานนท์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายตรวจเขต นายวสันต์ อันทวาปี นิติกรชำนาญการกลุ่มกฎหมายเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เทศกิจเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้

    ที่ผ่านมาทางเมืองพัทยาได้ดำเนินการตรวจสอบที่ดินบ้านสุขาวดี พบว่ามีการก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่สาธารณะบนพื้นที่ 11 ไร่ โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ได้ปิดทางน้ำไหลของคลองนกยาง ในการนี้เพื่อเป็นการทวงคืนที่ดินที่รุกล้ำทางสาธารณะ และปลูกสร้างอาคารในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ เมืองพัทยาจึงได้ลงพื้นที่ติดประกาศคำสั่ง (แบบ ค.3 , แบบ ค.4 , แบบ ค.7 และแบบ ค.10) ระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง หรือให้ระงับการรื้อถอนอาคารตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง (กรณีที่กระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต) โดยมีสิ่งก่อสร้างอาคาร รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ จำนวน 2 จุด ดังนี้
    จุดที่ 1

    • สิ่งปลูกสร้างชนิดโครงเหล็ก 2 ชั้น ขนาดประมาณ 18.30×55.30 เมตร 1 หลัง
    • สิ่งปลูกสร้างชนิดป้ายโครงเหล็ก ขนาดประมาณ 10.00×13.30 เมตร 2 ป้าย
      ซึ่งสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโครงเหล็กและป้ายนั้นไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และเนื่องจากการกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในมาตรา 8 หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 หรือมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แต่ยังสามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ให้ดำเนินการรื้อถอนทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย โครงเหล็ก 2 ชั้น ขนาดประมาณ 18.30×55.30 เมตร 1 หลัง เพื่อใช้เป็นเวทีห้องครัว และป้ายโครงเหล็ก ขนาดประมาณ 10.00×13.30 เมตร 2 ป้าย ออกทั้งหมด ภายใน 35 วัน หลังจากได้รับคำสั่งทางไปรษณีย์
      จุดที่ 2
    • สิ่งปลูกสร้างชนิด ค.ส.ล. 1 ชั้น (อาคาร B) ขนาดประมาณ 35.00 x 40.00 เมตร จำนวน 1 หลัง
    • สิ่งปลูกสร้างชนิด ค.ส.ล. 1 ชั้น (อาคาร C) ขนาดประมาณ 5.00 x 15.00 เมตร จำนวน 1 หลัง
      ซึ่งสิ่งปลูกสร้างทั้งสองอาคารไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และเนื่องจากการกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในมาตรา 8 หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น และมาตรา 9 หรือมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แต่ยังสามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 43 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ให้ดำเนินการรื้อถอนอาคาร B ขนาดประมาณ 10.40 x 40.00 เมตร และรื้ออาคาร C ขนาดประมาณ 5.00 x 15.00 เมตรออกทั้งหมดภายใน 45 วัน หลังจากได้รับคำสั่งทางไปรษณีย์ หรือให้ดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากเป็นที่สาธารณะประโยชน์ และหลังจากที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการปิดประกาศคำสั่งระงับและไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในวันนี้ หากไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว เมืองพัทยาจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
    Print Friendly, PDF & Email

    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150