• รมต.ท่องเที่ยวฯ และผช.รมต.วัฒนธรรม ลงพื้นที่เมืองพัทยา ตรวจความพร้อม​รับปีใหม่​ 2563 และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น​กับภาคเอกชน​ เพื่อแก้ไข​ พัฒนาด้านการท่องเที่ยว

    รมต.ท่องเที่ยวฯ และผช.รมต.วัฒนธรรม ลงพื้นที่เมืองพัทยา ตรวจความพร้อม​รับปีใหม่​ 2563 และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น​กับภาคเอกชน​ เพื่อแก้ไข​ พัฒนาด้านการท่องเที่ยว

    รมต.ท่องเที่ยวฯ และผช.รมต.วัฒนธรรม ลงพื้นที่เมืองพัทยา ตรวจความพร้อม​รับปีใหม่​ 2563 และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น​กับภาคเอกชน​ เพื่อแก้ไข​ พัฒนาด้านการท่องเที่ยว

    เนื่องด้วยเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่ใกล้จะถึงนี้ เป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลองและเดินทางมาท่องเที่ยวยังสถานที่สำคัญต่างๆเป็นจำนวนมาก และพัทยาเป็นหนึ่งในสถานที่ๆผู้คนทั่วโลกนิยมมาเยือน ด้วยความพร้อมทางด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่อดูความพร้อมในพื้นที่ รวมถึงการดูแลด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว​ ในวันนี้​ (28​ ธันวาคม​ 2562) เวลา​ 13.30​ น.​ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม จึงมีกำหนดการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา​ เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนในช่วงเทศกาลดังกล่าว โดยเดินทางมาที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยมี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอนันต์​ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา​ และสมาชิกสภาเมืองพัทยา​ คณะผู้บริหารเมืองพัทยานำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา นางปิ่นนาถ เจริญผล ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ​ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคธุรกิจท่องเที่ยวร่วมให้การต้อนรับ

    ในการนี้ได้มีการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในภาพรวมจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งระบุว่าจากสถิติที่ผ่านมาเมืองพัทยามียอดจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 18 ล้านคน โดยแบ่งออกเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 10 ล้านคน และคนไทยจำนวน 8 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2.64 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่ามีอัตราส่วนการขยายตัวและเติบโตขึ้นกว่า 10 % ซึ่งนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดหลัก ได้แก่ จีน,รัสเซีย,อินเดีย และกลุ่มตะวันออกกลางเป็นหลัก

    ขณะที่นายธเนศ ศุภรสหัสรังษี รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ชลบุรี ในฐานะสมาชิกสภาเมืองพัทยา นำเสนอข้อมูลว่าจากสถิติที่หน่วยงานภาครัฐได้ชี้แจงนั้นพบว่าเป็นสถิติที่ไม่สอดคล้องสถานการณ์จริง ทำให้ภาครัฐมองไม่เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่มีมาตรการในการสนับสนุนงบประมาณมากนัก เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงกว่า 50 % ซึ่งถือว่าตกต่ำที่สุดในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในอดีตที่ผ่านมา ทั้งนี้ปัญหาหลักๆน่าจะเกิดจากค่าเงินบาทที่แข็งตัวมากขึ้น หรือโตขึ้นกว่า 20 % ทำให้กลุ่มตลาดหลักเดิมของเมืองพัทยาเริ่มหนีหายไปยังกลุ่มการท่องเที่ยวใหม่ๆอย่าง เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ซึ่งมีอัตราการจับจ่ายที่ถูกกว่าบ้านเรา​ ขณะที่ภาครัฐในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านส่งเสริมด้านการตลาดและท่องเที่ยวอย่างจริงจัง​ ซึ่งกรณีนี้ภาครัฐควรให้ความสำคัญและเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆเสริมแทน

    นายเอกสิทธิ์ งามพิเชษฐ์ นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า​ ปัญหาที่เกิดขึ้นและถือเป็นเรื่องสำคัญ ได้แก่ กรณีของโรงแรมเถื่อนซึ่งจากข้อมูลพบว่าปัจจุบันในพื้นที่เมืองพัทยามีสถานประกอบการโรงแรมกว่า 2,700 แห่ง รวมห้องพักกว่า 1.2 แสนห้อง แต่มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตเพียง 300 กว่าแห่งเท่านั้น ซึ่งแม้ที่ผ่านมา​ คสช.จะมีการออกคำสั่ง ม.44 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอาคารเพื่อให้เข้ามาอยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่ระยะเวลาที่ทางรัฐกำหนดไว้นั้นถือว่าสั้นเกินไป และการดำเนินการต้องขออนุญาตในหลายภาคส่วน ทั้ง กฎหมายผังเมือง สิ่งแวดล้อม หรือกฎหมายควบคุมอาคาร จึงทำให้เป็นช่องโหว่ในการดำเนินการที่ต้องใช้ระยะเวลานาน กรณีนี้ทำให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่โดยมีการจับจองซื้อ-เช่าอาคารคอนโดมิเนียมและห้องชุด เพื่อนำไปขายให้กับกลุ่มทัวร์ต่างชาติ ทำให้รัฐไม่ได้รับประโยชน์ในเรื่องของภาษี ผู้ประกอบการที่ถูกต้องมีสัดส่วนการเข้าพักน้อยลง และไม่มีการแจ้งตัวเลขเรื่องของจำนวนและรายชื่อนักท่องเที่ยวแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ ทำให้ได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง จึงอยากให้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องที่เกี่ยวข้องแบบ One Stop Service เพื่อความสะดวกในการประสานและดำเนินการให้ถูกต้อง รวดเร็วขึ้น

    นอกจากนี้ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอปัญหาอีกหลายหัวข้อ อาทิ การขอให้ภาครัฐหันมาสนใจและส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างจริงจัง โดยเน้นการ Rebranding การส่งเสริมด้านการเป็นเมือง Sport city เต็มรูปแบบ การแก้ไขปัญหาระบบสาธารณูปโภค หรือขนส่งสาธารณะอย่างจริงจัง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ จะนำข้อมูลที่ได้รับฟังในวันนี้เสนอเพื่อพิจารณาในการหามาตรการ​ รวมทั้งแนวทางแก้ไข​ พัฒนา​ และส่งเสริมต่อไป

    หลังจากนั้นได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่นาเกลือ​ งานถนนคนเดิน “เดินกินถิ่นนาเกลือ” เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศและเยี่ยมผู้ประกอบการ ที่ร่วมใจกันจัดงานอนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวประมง รวมทั้งการจำหน่ายหัตถกรรมพื้นบ้านเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดกระแสหมุนเวียนในพื้นที่ และได้เดินทางไปท่าเทียบเรือพัทยาใต้(แหลมบาลีฮาย) เพื่อเป็นประธานในการเปิดศูนย์บูรณาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อันเป็นหัวใจสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวให้เกิดความประทับใจและมั่นใจในการเดินทางมายังเมืองพัทยา และตรวจเยี่ยมวอล์คกิ้งสตรีทเป็นสถานที่สุดท้าย ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเฉลิมฉลองท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ให้เกิดความประทับใจ อันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของเมืองพัทยาอีกด้วย

    ท่านสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมเมืองพัทยาตามช่องทางต่างๆ เพียงพิมพ์คำว่า prpattaya ใน Facebook Fanpage Instagram YouTube และ Line@ (พิมพ์ @prpattaya) เพียงเท่านี้คุณจะได้รับข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ จากเมืองพัทยาง่าย สะดวกรวดเร็ว หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ที่หมายเลขโทรศัพท์อัตโนมัติ PATTAYA CONTACT CENTER 1337 ตลอด 24 ชั่วโมง

    Print Friendly, PDF & Email

    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150