• การแข่งขันนกพิราบนานาชาติ พัทยา ครั้งที่ 4

    การแข่งขันนกพิราบนานาชาติ พัทยา ครั้งที่ 4

    การแข่งขันนกพิราบนานาชาติ พัทยา ครั้งที่ 4

    เมื่อวันที่ 11 มค.63 เวลา 17:00 น.
    ณ สนามแข่งขันนกพิราบนานาชาติพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

    นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส
    และนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันนกพิราบ นานาชาติ พัทยา ครั้งที่ 4 ซึ่งถือเป็นการแข่งขันครั้งสำคัญในภูมิภาคเอเซีย มีผู้เข้าร่วมส่งนกพิราบเข้าแข่งขันกว่า 5,000 ตัว จาก 38 ประเทศทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกีฬานกพิราบแข่งให้รู้จักเป็นที่แพร่หลาย พร้อมทั้งพัฒนานกพิราบแข่งสายพันธุ์ของไทยให้มีชื่อเสียง เพื่อให้นกพิราบแข่งของไทย เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยนายกเมืองพัทยายินดีให้การสนับสนุนเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาและประเทศไทยให้เป็นจุดหมายสำคัญในระดับโลกในต่อไป

    มนต์เสน่ห์ “นกพิราบแข่ง”

    มาถึงวันที่ประวัติศาสตร์วงการนกพิราบแดนสยามต้องจารึก กับการแข่งขัน นกพิราบแข่งนานาชาติ พัทยา ครั้งที่ 4 (The 4th Pattaya International Pigeon Race ) ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมเงินรางวัลรวม 28 ล้านบาท

    ความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันนกพิราบแข่งนานาชาติเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 3 ปี ติดต่อกัน เหล่าผู้เลี้ยงนกทั้งระดับมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก โดยเริ่มตั้งแต่ครั้งแรก มีนกเข้าแข่งขันจำนวน 1,547 ตัว จาก 10 ประเทศ ต่อมาครั้งที่ 2 มีนกเข้าแข่งขันจำนวน 2,130 ตัว จาก 18 ประเทศ, ครั้งที่ 3 นกเข้าแข่งขันจำนวน 3,230 ตัว จาก 27 ประเทศ และมาครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 มีผู้ส่งนกเข้าแข่งขันมากถึง 5,095 ตัว จาก 38 ประเทศทั่วโลก มากจนกลายเป็นประวัติศาสตร์ของเมืองไทย

    ก่อนที่เราจะมาลุ้นกันว่านกพิราบตัวไหนของสังกัดไหน ประเทศไหนจะได้แชมป์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เรามารู้จักกติกาการแข่งขัน และคำถามที่คนอยากรู้ว่า…นกพิราบบินกลับมาถึงกรงได้อย่างไร? และเขาฝึกนกพิราบแข่งกันแบบไหน?

    การแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นการแข่งขันแบบ One Loft Race คือ การแข่งขันที่เลี้ยงนกพิราบไว้อยู่ในกรงเดียวกัน ซึ่งนกทุกตัวจะอยู่รวมกันและได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน โดย พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล พีเจ้น เรซ PIPR ซึ่งนกทุกตัวจะใส่ห่วงชิปริงค์ ที่ข้อเท้า คือการลงทะเบียนนกตัวนั้นๆ หรือการทำบัตรประชาชนนก โดยเจ้าของนกสามารถส่งนกมาร่วมแข่งขันกี่ตัวก็ได้ ผู้จัดจะเก็บเงินค่าสมัครแข่งขันคิดเป็นตัว

    ซึ่งในการแข่งขันนกพิราบแข่งนานาชาติ ครั้งที่ 4 จะมีการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 จุด 3 ระยะทาง โดยจุดสุดท้ายจะมีขึ้นในวันที่ 11 มกราคม 2563 เจ้าของนกต้องส่งนกที่จะร่วมแข่งขันมาอยู่ในกรงของ PIPR ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมปี 2562 ซึ่ง PIPR มีหน้าที่เลี้ยง และฝึกซ้อมนกให้แก่เจ้าของนกทุกตัว เลี้ยงเหมือนกันทุกอย่างไม่มีลำเอียง โดยทีมงานผู้ชำนาญการเลี้ยงนกพิราบแข่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถรู้ได้ว่านกตัวไหนเป็นของใคร และเจ้าของนกก็ไม่สามารถมาเยี่ยมชมนกของตัวเองได้เลย เพื่อความโปร่งใส ยุติธรรมที่สุด โดยเจ้าของนกไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือจากต่างประเทศ สามารถดูความเคลื่อนไหวของนกตัวเองได้ผ่านการไลฟ์สดของ PIPR ได้ตลอด 24 ชม.

    นกพิราบเป็นสัตว์ที่พิเศษ สามารถจดจำสถานที่ที่มันอยู่อาศัยและเติบโตได้ดี จึงเป็นเหตุผลว่า…ทำไมมันถึงบินกลับมาที่กรงเลี้ยงได้เมื่อถึงเวลาแข่งขัน

    ซึ่งการเลี้ยงนกของ PIPR ช่วงแรกจะอยู่ในโปรแกรมดูแลเรื่องสุขภาพ โดยนกแต่ละตัวที่เข้าแข่งขันเราจะนำมากักกันไว้ก่อนเพื่อดูว่านกติดเชื้อโรคอะไรมาบ้างไหม ซึ่งถ้าไม่มีอะไร นกสมบูรณ์แข็งแรง เราจะทำวัคซีนเพื่อป้องกันโรคให้กับนกทุกตัว ขั้นตอนต่อไปเราจะนำนกขึ้นกรงแข่ง โดยนำนกไปไว้ตรงช่องทางที่นกจะบินลงและใช้ตะแกรงครอบไว้ เพื่อให้นกเห็นภูมิทัศน์โดยรอบกรงเพื่อการจดจำ ประมาณ 15-21 วัน

    จากนั้นเราจะปล่อยให้นกเดินทางช่องทางลง ซึ่งนกก็จะบินขึ้นบินลงเหมือนร่อนลงลานบิน โดยเราจะมีอาหารให้เป็นรางวัล ถ้าผู้เลี้ยงเรียกแล้วนกลงมาตามที่เรียกอย่างรวดเร็ว ทำได้จนชำนาญ ต่อไปพอเป่านกหวีดปุ๊บ! นกจะรีบบินลงมาทันที

    หลังจากนกเริ่มชำนาญแล้ว เขาจะเริ่มบินออกไปไกลขึ้นๆ ผู้เลี้ยงจะไม่กำหนดเวลา แต่ถึงเวลานกก็จะบินกลับมาเอง ซึ่งจะใช้เวลาฝึกซ้อมให้นกบินตามธรรมชาติประมาณ 5-6 เดือน จนถึงโปรแกรมที่จะต้องจับนกออกซ้อมนอกกรง โดยก่อนแข่ง 2-3 เดือนเราจะต้องบำรุงร่างกายนก แล้วคราวนี้เราจะเริ่มบังคับนกให้บินตามที่เรากำหนดโดย ใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 1 ชม. พอชำนาญแล้ว จะเริ่มนำนกไปปล่อยระยะใกล้ๆ ประมาณ 5 กิโลเมตร ทำซ้ำๆ จนนกจดจำ แล้วขยับไป 10 กม. เพิ่มขึ้นไป 15 กม.โดยการปล่อยทุกครั้งจะต้องให้ท้องฟ้าเปิด เพื่อให้นกเจออุปสรรคเรื่องดินฟ้าอากาศให้น้อยที่สุด เพื่อลดการสูญเสียก่อนวันแข่งขันจริง และสุดท้ายจะเอานกไปปล่อยในระยะทางที่ไกลมากระดับ 100 กม.จนถึงสูงสุด 230 กม.

    นกพิราบที่เก่ง จะต้องเรียนรู้และฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ระหว่างบินกลับกรงได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญต้องบินได้อย่างรวดเร็ว การเลี้ยงอย่างมืออาชีพ ทำให้พวกมันสามารถบินได้เร็วถึง 1,250-1,300 เมตรต่อนาที เมื่อรวมกับแรงลมก็จะทำให้บินได้ไวถึง 1,450 เมตรต่อนาที หมายถึง 87 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยิ่งลมแรงมากเท่าไหร่ก็ทำให้ความเร็วเพิ่มมากขึ้น

    ซึ่งราคาของนกที่เก่งแต่ละตัวนั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และผลงาน ในโลกนี้มีหลากหลายตัวที่มูลค่ามหาศาล ตัวอย่างเช่น Bolt 13 ล้านบาท , Safierkoppel 11 ล้านบาท , Dolce Vita 10 ล้านบาท เป็นต้น แม้แต่ “ไมค์ ไทสัน “ ยอดนักมวยชื่อดังของโลกยังหลงไหลเลี้ยงนกพิราบมาตั้งแต่เด็ก มีนกราคาแพงจำนวนมาก

    สำหรับผลการแข่งขัน นกตัวไหนที่ได้แชมป์หรือได้รางวัล เจ้าของนกจะรับคืนไปเลยไม่ได้ นกจะถูกนำออกประมูล เงินประมูลนกแต่ละตัว เจ้าของนกที่แท้จริงได้ 60% ส่วนผู้จัดได้ 40%

    นายณรงค์ เจียรวนนท์ ประธานการจัดงานนกพิราบแข่งนานาชาติ พัทยา ครั้งที่ 4 ผู้ที่หลงไหลในการเลี้ยงนกพิราบมาตั้งแต่เด็ก ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของนกพิราบแข่งขัน ที่นักเลี้ยงนกทั่วโลกนิยมนำมาแข่งขันว่า″ นกพิราบที่ใช้แข่งขัน ไม่ใช่นกพิราบทั่วไป หรือนำมาจากไหนแล้วเอามาแข่งขันก็ได้ อย่างเช่น นกของผม หรือของท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์ ส่วนใหญ่จะมีสายพันธุ์มาจากเบลเยี่ยม ซึ่งท่านประธานเป็นนักสะสมพันธุ์นกพิราบ โดยมีลูกน้องช่วยดูแล ซึ่งท่านชอบไปเบลเยี่ยม รู้จักนักเลี้ยงแทบทุกคนที่มีชื่อเสียง ท่านเป็นคนเอเชียรุ่นบุกเบิกที่เข้าถึงฝรั่งได้ เข้าถึงนักเลี้ยงที่ดังที่สุด อย่าง “แจนเซ่น” ในยุคตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในสมัยนั้นนกพิราบแข่งสายพันธุ์เบลเยี่ยม ดีที่สุดในโลก แต่สมัยนี้คนจะซื้อกว้างขึ้นสายพันธุ์ขยายไปมาก เนเธอแลนด์ ก็มี และก็ไม่ใช่แค่ในยุโรปอย่างเดียว มาแถบเอเชียที่มีทั้ง ไทย, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, จีน ขยายมาเร็วมาก

    “ท่านประธานธนินท์ จะเป็นผู้สนับสนุนการเลี้ยงนกพิราบอย่างมาก ตอนเด็กๆผมจำได้ ซีพี ได้เปิดกรงอินเตอร์ มาซื้อนกกับซีพี แล้วแข่ง พอจบนกก็เป็นของคุณ ซึ่งเหมือนกับกรงอินเตอร์ในตอนนี้ แต่ในยุคนั้นกรงเล็กไม่ใหญ่ขนาดนี้ มาถึงปี 1997 ซีพี โดนกระแสต้มยำกุ้ง ถึงขนาดต้องปิดกรงนกที่เบลเยี่ยม ซึ่งสมัยก่อนท่านประธานฯ มีกรงแข่งที่เบลเยี่ยม เป็นจุดรับนก ซื้อนก ส่งไปทั่วเอเชีย แต่มาโดนพิษเศรษฐกิจ จึงต้องย้ายนกไปอยู่เมืองจีน พอดีกับที่ผมไปทำงานเมืองจีน นกดังๆ อย่าง N1, เนชันนัล 1,2 และอีกหลายพันธุ์มีชื่อเรียกเยอะมาก โดยนกที่ใช้งานแข่งได้อายุเฉลี่ยประมาณ 10 ปี แต่ผมเคยเลี้ยงนกพิราบตั้งแต่ปี 1992 อยู่มา 23 ปีถึงจะตาย ขณะที่นกใช้แข่งอายุงานจะได้ประมาณ 7-8 ปี อย่างนกของเราที่เข้าแข่งขัน เกิดสุขภาพไม่ดี เราจะหยุดก่อนพักรักษาตัว ไม่เอานกไปทิ้งขว้าง เพราะเราเชื่อว่านกเราดี เพราะนกแต่ละตัวกว่าจะเลี้ยงมาดีได้ จะต้องมีค่าใช้จ่ายแพง ทั้งราคาที่ซื้อมาและกว่าจะเลี้ยง 1 ปีใช้เงินมากพอสมควร แต่ถ้านกประสบความสำเร็จมันก็ได้ทุกอย่างกลับมาคุ้มค่า”

    ประธานจัดงานแข่งขันนกพิราบฯ ยังกล่าวถึงการจัดการแข่งขันนกพิราแข่งนานาชาติ ครั้งที่ 4 ว่า การแข่งขันนกพิราบนานาชาติ ถือเป็นกีฬาระดับโลก ได้รับการรับรองจาก FCI Racing Pigeons Grand Prix ซึ่งเป็นองค์กรนกพิราบแข่งระดับโลก และปีนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของวงการนกพิราบแข่งนานาชาติในประเทศไทย ที่มีนกพิราบมาแข่งขันมากที่สุดกว่า 5 พันตัว ซึ่งเราเชื่อว่าที่เมืองพัทยา คือแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลกจะมีรายได้จากนักเลี้ยงนกที่มาร่วมการแข่งขันจำนวนมาก

    ด้าน นายสิริเดช โรจนารุณ ผู้จัดการแข่งขัน พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล พีเจ้น เรซ เปิดเผยว่า การแข่งขันนกพิราบแข่งนานาชาติ พัทยา ครั้งที่ 4 ซึ่งเกิดจากแนวความคิดของท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์ โดยการแข่งขันระดับนานาชาติ จัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยการแข่งขันจะเป็นแบบ One Loft Race ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 จุด โดยจุดแรก ระยะทาง 330 กม.จาก อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ถึง พัทยา แข่งไปเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค.62 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดย 3 ดับแรก ได้แก่ แชมป์ KHALIDAL AL SULATI จากกาตาร์ ทำเวลา 1680.2815 เมตรต่อนาที อันดับ 2 XIN DALU LI BO (ทีม A) จาก จีน ทำเวลา 1680.2558 เมตร/นาที และอันดับ 3 LUC EN JOHNY DAANS จาก เบลเยี่ยม ทำเวลา 1679.4520 เมตร/นาที

    ขณะที่การแข่งจุดที่ 2 ระยะทาง 430 กม. จาก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถึง พัทยา แข่งไปเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ธ.ค.62 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ผลปรากฏว่า แชมป์ตกเป็นนกของคนไทย PIGEON CONNECT (ทีม A) ทำเวลา 1479.6403 เมตร/นาที ส่วนอันดับ 2. TEAM VAN DE VELDE-VERSTICHELEN-DE SMEDT (ทีม A) ทำเวลา 1477.2664 เมตร/นาที และอันดับ 3. PIGEON CONNECT (ทีม 😎 ทำเวลา 1455.9984 เมตร/นาที
    และมาถึงจุด 3 ระยะทาง 530 กม.จาก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ถึง พัทยา ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมเงินรางวัล โดยนกพิราบที่ชนะเลิศการแข่งขัน จะนำมาประมูล ในงานประมูลนก ในงานพิธีมอบรางวัล ซึ่งการแข่งขันจะมีการถ่ายทอดสดทางเว็บไซด์ http://www.pattayaoneloftrace.com

    โดยการแข่งขันนกพิราบแข่งนานาชาติ ปีนี้ นับว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตั้งแต่ PIPRจัดการแข่งขันขึ้นมา มีจำนวนนกมากที่สุดที่ส่งมาแข่งขัน แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยจัดการแข่งขันได้อย่างยุติธรรม และมีการดูแลนกได้ดีเยี่ยม นักเลี้ยงนกจากต่างประเทศทั่วโลกจึงเชื่อมั่นในศักยภาพการจัดการแข่งขันของ PIPR จึงส่งนกพิราบมาแข่งขันนับพันตัว และเชื่อว่าในปีต่อไป พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล พีเจ้น เรซ จะขยายกรงนกให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมที่บรรจุนกได้ 6,000 ตัวในขณะนี้ ซึ่งจะขยายเพิ่มเพื่อรองรับนกพิราบแข่งที่เชื่อว่าจะมีจำนวนมากขึ้นอย่างแน่นอน” สิริเดชกล่าว

    เมื่อเราได้รู้ถึงรูปแบบการแข่งขันกัน รู้วิธีการเลี้ยงนกพิราบแข่งกันแล้ว คุณลองเลี้ยงและเป็นเจ้าของนกพิราบดูสิ.. แล้วคุณจะเกิดความรักและหลงเสน่ห์มัน จนยากที่จะถอนตัวที่จะไม่เลี้ยงนกเหล่านั้นได้ และถ้าใจไม่แข็งพอ คุณอย่าลองเลี้ยงนกพิราบแข่งเป็นอันขาด มิฉะนั้น คุณจะไม่มีวันถอนตัวได้แน่นอน เพราะนกพิราบแข่งเป็นสุดยอดสัตว์นักสู้ การบินบางครั้งมีอุปสรรคมากมาย ผ่านทั้งสายไฟฟ้าแรงสูง อาจบินเฉี่ยว ขนาดกระเพาะรั่ว หรือตายได้ แถมยังเจอแรงลมที่อาจพัดพานกให้หลงทิศทางไปไกล แต่เลือดนักสู้ของนกพิราบ มันจะบินกลับกรง มาพบคุณ ทำให้นกพิราบแข่งจึงเป็นสัตว์แสนรู้ที่คุณหลงไหล เพียงแค่คุณได้สบตาเจ้านกพิราบแข่ง เพียงครั้งเดียว คุณก็จะหลงเสน่ห์ของนกพิราบเหล่านั้นทันที!

    Print Friendly, PDF & Email

    © 2016 Web Developer Themes
    ที่อยู่: 171 หมู่ 6 ถนนพัทยาเหนือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150